การทำความสะอาดเคาน์เตอร์ในครัว

โดยปกติแล้วเรามักฉีดน้ำยาทำความสะอาดลงไปบนพื้นที่สกปรกจากนั้นก็ใช้กระดาษหรือผ้าเช็ดออกทันที แต่วิธีนี้เป็นวิธีที่ผิด เราควรฉีดน้ำยาทำความสะอาดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 5 -10 นาทีเพื่อให้น้ำยาออกฤทธิ์สลายคราบเสียก่อน แล้วค่อยเช็ดออกวิธีนี้ประหยัดแรงในการขัดถูให้คุณแม่บ้านได้มากทีเดียว

มาดักลมเข้าบ้านกันเถอะ

ประเทศไทยของเรานั้นตั้งอยู่ในเขตที่เรียกได้ว่าเขตร้อนชื้นของโลก ซึ่งถึงแม้จะมีสภาพอากาศถึง 3 ฤดูในหนึ่งปี หากแต่ทุกฤดูก็ยังคงต้องผจญกับความร้อนอบอ้าวอยู่ดี

อีกทั้งในปัจจุบันนี้ลมฟ้าอากาศของบ้านเราจะค่อนข้างแปรปรวน อันเนื่องมาจากสภาพอากาศของโลกที่เปลี่ยนไป เนื่องมาจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลาย ทำให้ภูมิอากาศของบ้านเรานั้น ต้องเผชิญกับความร้อนอยู่เสมอ

ทางแก้ไขปลายทางของหลาย ๆ ครัวเรือนจึงเลือกที่จะติดเครื่องปรับอากาศไว้ที่บ้านค่ะ หากแต่ก็ต้องแลกมาซึ่งการสิ้นเปลืองพลังงานและเงินในกระเป๋า วันนี้บ้านแสนรักจึงจะมาขอแนะนำวิธีการที่จะช่วยให้บ้านของเราคลายร้อนได้ด้วยวิธีที่ประหยัดกว่านั้นนะคะ นั่นก็คือ การ สร้างบ้าน โดยการดักทิศทางลมนั่นเอง

ตามทฤษฎีแล้ว เมืองไทยของเรานั้นจะมีลมประจำถิ่นที่พัดจากทิศใต้หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงเดือนมีนาคม-เดือนตุลาคม ค่ะ และมีลมพัดจากทิศเหนือหรือตะวันตกเฉียงเหนือในช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ตั้งของบ้านด้วย ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกันก็จะมีทิศทางของลมแตกต่างกัน อีกทั้งบ้านที่สร้างและอยู่อาศัยกันในเมือง ก็มักจะอยู่ใกล้กันหรือชิดติดกัน รวมถึงมีอาคารสูงล้อมรอบ ทำให้ทิศทางของลมผิดเพี้ยนไป จนดูเหมือนกับว่าลมจะพัดมาจากทุกทิศทุกทาง ไม่ได้เป็นไปตามทฤษฎีที่กล่าวมาข้างต้นนะคะ

ดังนั้น การช่วยดักลมเข้าบ้าน ถ้าตำแหน่งที่ตั้งบ้านไม่อยู่ในที่อับลมจนเกินไป ก็ทำได้โดยการกำหนดให้มีช่องประตูหน้าต่างอยู่ในทิศทางที่ลมพัดผ่าน โดยจะต้องมีทั้งช่องทางที่ให้ลมพัดเข้าและออก ซึ่งก็จะมีเทคนิคพื้นฐานง่าย ๆ ด้วยการเจาะให้มีช่องลมพัดเข้าและออกอยู่ตรงกันข้ามกัน และมีขนาดใหญ่เท่ากัน ซึ่งก็จะทำให้การพัดผ่านของลมมีประสิทธิภาพมากที่สุด

นอกจากวิธีการเจาะช่องลมให้มีขนาดเท่ากันอย่างที่แนะนำไว้ด้านบนแล้ว หากช่องลมเข้ามีขนาดเล็ก ช่องลมออกมีขนาดใหญ่ ก็จะช่วยเพิ่มความเร็วลม ทำให้บ้านเรารับลมได้มาก ทางกลับกัน หากช่องลมเข้ามีขนาดใหญ่ แต่ช่องที่ลมออกมีขนาดเล็ก ลมที่พัดเข้าสู่บ้านก็จะน้อยตามไปด้วย

หวังว่าการรู้วิธีและเทคนิคในการดักลมเข้าบ้านก็จะช่วยเพิ่มความเย็นสบาย คลายร้อน ให้กับอาคารบ้านเรือนของทุกท่านได้ไม่มากก็น้อย

 

รูปภาพ  Boonkong Boonpeng

ขอบคุณข้อมูลจาก ข้อมูล boybdream.com,alive-house.com

ห้องนอนสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้

ปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยเป็น โรคภูมิแพ้ กันมากขึ้นนะคะ หากลองสำรวจด้วยการถามคนรอบข้างเรา 10 คน อาจจะต้องมีอย่างน้อย 1 คนที่เป็นโรคนี้ บางคนแพ้ขนสัตว์ บางคนแพ้ฝุ่นละออง บางคนแพ้อากาศ  มีตั้งแต่อาการเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงขั้นต้องรับประทานยาเป็นกิจวัตรกันเลยทีเดียว

สาเหตุของโรคภูมิแพ้ นั้น เป็นเพราะว่าระบบภูมิคุ้มกันมีปฏิกิริยาที่ไวเกินไปในการตอบสนองสิ่งแปลกปลอมแบบผิดปกติค่ะ ทั้งๆที่สิ่งแปลกปลอมนั้นไม่มีอันตรายกับร่างกาย แต่เป็นความเข้าใจผิดของร่างกายที่คิดว่าสิ่งแปลกปลอมบางอย่างเป็นอันตราย จึงมีปฏิกิริยาตอบสนอง โดยการผลิตสารภูมิต้านทานขึ้นเพื่อกำจัดและทำลายสิ่งแปลกปลอมนั้น และแทนที่สารภูมิต้านทานที่ร่างกายผลิตขึ้นจะเป็นเครื่องปกป้องร่างกาย กลับกลายเป็นว่ามันเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายเจ็บปวดเสียเอง จึงทำให้เกิดอาการแพ้

และทำไมคนที่อยู่ในเมืองใหญ่จึงเป็นมากกว่าคนต่างจังหวัดล่ะ นั่นก็เพราะว่าในเมืองใหญ่นั้นอุดมไปด้วยมลพิษต่าง ๆ มากกว่าต่างจังหวัด อย่างเช่น มลพิษจากการก่อสร้าง การจราจร มีฝุ่นละอองหนาแน่น คนนิยมเลี้ยงสัตว์ในบ้านกันมากขึ้น การตกแต่งบ้าน การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ที่มักก่อให้เกิดฝุ่น หรือการนิยมติดเครื่องปรับอากาศ ทำให้อากาศถ่ายเทได้ไม่ดี เหล่านี้เป็นสาเหตุเริ่มต้นที่ทำให้เราเกิดอาการแพ้ได้ค่ะ ดังนั้นในการจัดตกแต่งบ้านโดยเฉพาะห้องนอนซึ่งเป็นห้องที่สำคัญต่อสุขภาพร่างกายเรามากที่สุด เพราะเป็นสถานที่ที่เราใช้นอนหลับพักผ่อน เฉลี่ยแล้วประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน จึงต้องใส่ใจกับการจัดตกแต่งให้มากกว่าห้องอื่นๆ

1.อันดับแรก ห้องนอนของเราควรมีหน้าต่าง 2 ด้านค่ะ ทั้งนี้ ก็เพื่อช่วยในการหมุนเวียนถ่ายเทของอากาศจากภายนอกเข้าสู่ห้อง ห้องนอนไม่ควรอยู่ใกล้ห้องน้ำหรือมีห้องน้ำในตัว เพราะห้องน้ำเป็นแหล่งสะสมความชิ้นและเชื้อโรคต่างๆ แต่เพื่อความสะดวกในการใช้งานแล้ว การที่มีห้องน้ำในห้องนอนก็จะมีวิธีแก้ คือบานประตูจะต้องทึบไม่มีช่องระบายอากาศ ที่สำคัญคือ ในห้องน้ำต้องติดตั้งพัดลมดูดอากาศออกนอกห้อง และควรจะมีช่องแสงกว้างๆ เพื่อแสงแดดจะได้ส่องถึง ลดความชื้นและฆ่าเชื้อโรคด้วย

2.ห้องนอนต้องมีแสงแดดส่องถึง เพื่อช่วยขจัดความอับชื้นและฆ่าเชื้อโรคบางชนิดได้

3.วัสดุปูพื้นห้องนอนสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ ควรเป็นพื้นไม้ จะเป็นพื้นไม้จริงหรือพื้นไม้ลามิเนตก็ได้ เน้นที่ทำความสะอาดง่าย ไม่อมฝุ่น ไม่ควรใช้กระเบื้อเซรามิคเพราะจะทำให้พื้นห้องเย็นเกินไป

4.ผนังห้อง หากต้องการความนุ่มนวล แนะนำให้ติด wallpaper ค่ะโดยใช้กาวที่ผสมน้ำยากันเชื้อรา แต่ถ้าเป็นผนังทาสี ควรเลือกสีไร้สารตะกั่วและเป็นชนิดที่สามารถทำความสะอาดได้ง่าย

5.เตียงนอน ควรใช้เตียงไม้ขาลอย มีพื้นที่ใต้เตียง เพราะสะดวกต่อการทำความสะอาด ไม่ควรใช้เตียงที่มีลิ้นชักเก็บของ เพราะจะเป็นแหล่งสะสมฝุ่นอย่างดี

6.ในห้องนอนไม่ควรมีชั้นวางหนังสือ ของสะสมต่างๆ เช่น ตุ๊กตา เพราะเป็นแหล่งสะสมฝุ่นมาก ถ้าต้องการจริงๆ ควรใส่ในตู้ชนิดที่มีบานกระจกติด ช่วยกันฝุ่นได้ค่ะ

7.สำหรับคนที่ชอบทำงานในห้องนอน ควรจัดให้โต๊ะทำงานอยู่ห่าง ๆ จากหัวเตียงด้วยนะคะ ผลวิจัยบอกว่า โต๊ะทำงานของเรา ๆ ท่าน ๆ มีแบคทีเรียมากกว่า ห้องน้ำเป็นสิบเท่าเลย

8.เฟอร์นิเจอร์ใน ห้องนอนควรมีน้อยชิ้นที่สุด หลีกเลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีอายุการใช้งานมานานเพื่อลดความเสี่ยงที่ ต้องสัมผัสกับฝุ่น

9.ตู้เสื้อผ้าไม่ควรตั้งในห้องนอน เนื่องจากฝุ่นจากเส้นใยผ้าอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ แต่ถ้าไม่สามารถแยกพื้นที่เป็นสัดส่วนได้จริงๆก็ขอให้หมั่นทำความสะอาดบ่อย ๆ

10.วัสดุที่ใช้ทำตู้ ควรเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้อัด ไม่ควรใช้เฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูป โดยเฉพาะประเภทที่ใช้วัสดุไม้ Particle board เนื่องจากเป็นวัสดุที่มีส่วนผสมของ Formaldehyde ที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ หรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็ควรเปิดหน้าต่าง ให้อากาศถ่ายเทบ้าง

11.ไม่ควรปูพรมใดๆเพราะพรมเป็นแหล่งสะสมฝุ่นและความชื้นอย่างดี

12.เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการนอน เช่น ผ้าปูที่นอน หมอน ผ้านวมที่ออกแบบมาสำหรับคนเป็นโรคภูมิแพ้โดยเฉพาะ ราคาอาจสูงกว่าผ้าธรรมดานะคะ แต่ก็น่าจะคุ้มกับการลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดี และอย่าลืมหมั่นซักทำความสะอาดเครื่องนอนเหล่านี้อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งเพื่อขจัดฝุ่นละอองที่อาจจะติดอยู่ตามเครื่องนอนเหล่านั้นได้

13.ผ้าม่านในห้องนอนควรเลือกแบบที่สามารถถอดซักทำความสะอาดได้บ่อยๆ หรืออาจจะเลือกใช้เป็น ม่านม้วน (Roller blinds) เพราะเป็นวัสดุสังเคราะห์ ที่ต่างจากผ้า เนื่องจากมีวัสดุผิวเรียบ ง่ายต่อการทำความสะอาด

14.ไม่ควรตากผ้าในห้องนอน เพราะจะทำให้เกิดความอับชื้น

15.คนที่เป็นโรคภูมิแพ้นั้นห้ามเอาสัตว์เลี้ยงมานอนเป็นเพื่อนในห้องนอนเด็ดขาดเลยนะคะ

16.หมั่นดูดฝุ่น เช็ดถู ทำความสะอาดห้องนอนเป็นประจำ

17.ควรให้ช่างมาทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่างน้อย 3 เดือนต่อ 1 ครั้ง

18.แนะนำให้ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องนอน

19.ไม่ควรใช้พัดลมแบบติดเพดาน เพราะพัดลมจะเก็บฝุ่นเวลาเราไม่ได้เปิดใช้

 

สรุปได้ว่าในการออกแบบตกแต่ง ห้องนอนสำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ ฝุ่น หรืออากาศ นั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอย่างแรกเลย คือ ห้องนอนจะต้องไม่เก็บฝุ่นค่ะ อะไรก็ได้แต่ไม่เก็บฝุ่น ทั้งนี้เพื่อให้ร่างกายของเราสามารถนอนหลับพักผ่อนได้เต็มที่ ไม่ต้องผจญกับอาการแพ้ฝุ่นจนพักผ่อนไม่สบายและส่งผลให้ร่างกายของเราอ่อนแอหรือเกิดโรคภัยไข้เจ็บอื่น ๆ ตามมาด้วย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก bloggang.com

แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์นสไตล์ลอฟท์ ผนังปูนเปลือย

แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์นสไตล์ลอฟท์ ลักษณะบ้านออกแบบหลังคาทรงแหงน ผนังปูนเปลือย สำหรับบ้านหลังนี้สร้างจากพื้นที่เดิมที่เป็นบ้านร้างในเมือง ฟังก์ชั้นภายในประกอบด้วย 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว พร้อมด้วยห้องโถงรับแขกพักผ่อนและยังมีเคาน์เตอร์บาร์ ส่วนพื้นที่ใช้สอยประมาณ 88 ตรม. ผลงานโดย บ้านปูนลอฟท์ สุพรรณบุรี Baanpoonloft Suphanburi

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : บ้านปูนลอฟท์ สุพรรณบุรี Baanpoonloft Suphanburi, idea-home.thailetgo.com

6 ทริคควรรู้วิธีการดูแลคอนโดในฤดูฝน

หน้าฝนใครๆก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เกี่ยวกับความเปรียกชื้น และสิ่งสกปรกต่างๆที่จะตามมาในหน้าฝนนี้ เราจึงนำเทคนิคมานำเสนอเรื่อง “ทริคควรรู้วิธีการดูแลคอนโดในฤดูฝน”  มาฝากกัน

1. ปิดหน้าต่างเมื่อฝนตก 

เมื่อฝนตกไม่ควรเปิดหน้าต่างเอาไว้ โดยเฉพาะคอนโดที่ฝนสาดกระเซ็นเข้ามาทางหน้าต่างพอดี เพราะจะทำให้พื้นลื่นจนเสี่ยงอันตรายจากการลื่นล้มได้ หรือหากพื้นคอนโดเป็นพื้นไม้ ก็อาจทำให้พื้นพองหรือบวมขึ้นมา ซึ่งก็เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายกับพื้นจนต้องเสียเงินซ่อมแซมใหม่นั่นเอง

2. วางพรมเช็ดเท้าในหลายๆ จุด

เนื่องจากในช่วงที่ฝนตกมักจะทำให้คอนโดมีความเอือดมาก ไม่ว่าจะเป็นเพราะความชื้นที่เพิ่มขึ้นจากอุณหภูมิที่เย็นลงหรือการเดินเหยียบย่ำเข้าไปในห้องคอนโดในขณะที่ตัวเปียกก็ตาม ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหานี้จึงควรวางพรมเช็ดเท้าไว้ในหลายๆ จุดของห้อง

3. ตรวจเช็ครอยรั่วซึม

การที่มีรอยรั่วซึมให้น้ำไหลย้อยเข้าภายในคอนโดได้ คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ดังนั้นในช่วงหน้าฝนจึงควรตรวจเช็คให้ดีว่า มีจุดไหนที่รั่วซึมบ้าง ซึ่งเมื่อพบกับรอยรั่วก็ให้รีบซ่อมแซมโดยด่วน โดยสามารถทำได้ด้วยการหาอะไรมาอุดตรงรอยรั่วซึมนั่นเอง

4. ระวังปัญหาไฟช็อต

ไฟช็อตไฟดูด เป็นปัญหาอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้มากที่สุดในช่วงหน้าฝน ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังให้ดี โดยเฉพาะการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า

ซึ่งเราก็มีวิธีการป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าดูดมาแนะนำกัน ดังนี้

  • ติดตั้งเครื่องตัดไฟในคอนโด
  • ตรวจเช็คอุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าเสมอ
  • ทำตัวให้แห้งอยู่เสมอ
  • เลี่ยงการใช้ไฟฟ้าหลายอย่างกับปลั๊กตัวเดียว

5. แก้ปัญหาพื้นระเบียงลื่นและมีน้ำขัง

หากพื้นระเบียงห้องคอนโดปูด้วยพื้นกระเบื้องที่ทำให้ลื่นได้ง่ายและยังมีน้ำขังอีกด้วย สามารถแก้ได้ด้วยการ นำแผ่นพื้นไม้สำเร็จรูปที่ถอดประกอบได้และมีโครงรองพื้นเป็นพลาสติกมาปูทับไว้ พยายามจัดองศาการปูให้น้ำสามารถระบายออกได้ง่ายโดยไม่มีน้ำขัง

6. ทำกันสาดยื่นออกไปบริเวณหน้าต่าง 

วิธีการป้องกันน้ำฝนไม่ให้สาดกระเซ็นเข้ามาภายในห้องด้วยการติดกันสาดยื่นออกไปบริเวณหน้าต่าง โดยเลือกลักษณะของกันสาดที่เหมาะกับห้องคอนโดของตนเองที่สุด เท่านี้ก็สามารถดูแลคอนโดจากปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงฝนตกได้ดี

 

แหล่งข้อมูล : estopolis.com

รูปภาพ : Storylog / shutterstock.com / p-dit.com / Zmyhome / design.drr.go.th / DotProperty / ihome108.com

ทำความสะอาดด้วยยาสีฟัน

1.ทำความสะอาดเครื่องประดับ
เพื่อขัดให้เครื่องประดับของเราเงาวับแวววาวมากยิ่งขึ้น ให้บีบยาสีฟันเพียงเล็กน้อยลงบนแปรงสีฟันเก่าที่เราไม่ใช้แล้ว จากนั้นขัดคราบสกปรกออกเบาๆจากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดคราบยาสีฟันออก เท่านี้เครื่องประดับของเราก็จะวาววับแล้ว
.
2.ทำความสะอาดคราบบนหน้าเตารีด
ใช้ยาสีฟันป้ายบนรอยคราบที่ติดอยู่บนหน้าเตารีดเพียงเล็กน้อย จากนั้น ใช้ผ้าชุบน้ำแล้วบิดออกให้แห้งหมาดๆ และเช็ดคราบยาสีฟันบนหน้าเตารีดออก จนกว่าจะสะอาด อย่าลืมเช็คให้ชัวร์ก่อนนะคะว่า ไม่ได้เสียบปลั๊กเตารีดไว้อยู่ และหน้าเตารีดต้องไม่ร้อนแล้วเท่านั้น มิเช่นนั้นอาจเกิดอุบัติเหตุได้
.
3.ทำความสะอาดไฟหน้าของรถ
ถ้าไฟหน้าของรถคุณเริ่มมัว ไม่สว่าง สามารถใช้ยาสีฟันแก้ปัญหานี้ได้ ขอเพียงไฟหน้าของคุณไม่ได้ทำจากกระจกเท่านั้นล่ะ (เพราะยาสีฟันไม่มีประสิทธิภาพมากพอในการทำความสะอาดกระจก) วิธีการก็คือ บีบยาสีฟันใส่ผ้าขี้ริ้วแล้วขัดออกอย่างช้าๆ ในทิศทางเดียวกัน จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดเท่านี้ก็เรียบร้อย
.
4.วิธีดับกลิ่นอาหารติดมือ
เวลาเข้าครัวทำอาหาร มักเจอกลิ่นคาวจาก เนื้อสัตว์ อย่าง ปลา หรือ กลิ่นจาก หัวหอม กระเทียม ติดมืออยู่เป็นประจำ ซึ่งล้างด้วยสบู่เท่าไหร่ก็ไม่ออก ลองยาสีฟัน บีบและถูไปให้ทั่วมือ จากนั้นล้างน้ำออกให้สะอาด
.
5.ลบรอยข่วนบนรองเท้าผ้าใบ
บีบยาสีฟันเพียงเล็กน้อยลงบนผ้าสะอาด จากนั้นถูเบาๆ บริเวณรอยข่วนหรือรอยเปื้อน จากนั้นเช็ดออกด้วยผ้าสะอาด และปล่อยให้แห้งค่ะ
.
6.ขจัดคราบเปื้อนบนพรม
รอยเปื้อนบนพรมสามารถกำจัดออกได้ด้วยยาสีฟันค่ะ เพียงป้ายยาสีฟันบนคราบเปื้อน จากนั้นให้ล้างออก หรือ ซักตามปรกติ เท่านี้ คราบเปื้อนก็จะหลุดออกแล้ว
.
7.ซ่อมรอยขีดข่วนบนหน้าจอมือถือ
เพียงป้ายยาสีฟันเพียงเล็กน้อยลงบนผ้านุ่มๆ หรือ สำลีพันก้าน จากนั้นถูวนเบาๆ บริเวณรอยข่วน รอยข่วนจะดูจางลง จากนั้นใช้ผ้าแห้งหมาดๆ เช็ดยาสีฟันออก
.

ขอบคุณข้อมูลจาก : apartmenttherapy.com

ภาพจาก : blogindustrial.com

เคล็ดลับการทำความสะอาดตู้เย็นให้ใหม่เอี่ยม

1. วิธีป้องกันเชื้อรา
ถ้าคุณพึ่งซื้อตู้เย็นมาใหม่ๆ และอยากป้องกันไม่ให้มีเชื้อราเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มแรก คุณควรนำผงฟูหรือเบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำเปล่า และใช้ผ้าสะอาดชุบส่วนผสมที่ได้ทาให้ทั่วขอบยาง ก็จะเป็นวิธีที่สามารถช่วยป้องกันไม่ให้ขอบยางตู้เย็นเกิดเป็นเชื้อราขึ้นมาได้ และยังง่ายต่อการทำความสะอาดในภายหลังกันอีกด้วย
.
2. ลดปัญหากลิ่นอับ
สำหรับการทำความสะอาดภายในตู้ก็สามารถใช้ฟองสบู่ผสมน้ำทำความสะอาดได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าตู้เย็นเกิดมีกลิ่นอับด้วย ให้คุณวางถ่านหุงต้มสัก 2-3 ก้อน ไว้ในตู้เย็น หรือใครจะใช้เป็นผงกาแฟแบบบดใส่ภาชนะวางทิ้งไว้ในตู้เย็นก็จะสามารถช่วยลดปัญหาการเกิดกลิ่นอับภายในตู้เย็นได้เป็นอย่างดี และยังช่วยให้ตู้เย็นหอมสดชื่นกันได้อีกด้วย คราวนี้ถ้าพ่อบ้านแม่บ้านคนไหนกำลังคิดจะทำความสะอาดตู้เย็นกันอยู่ละก็ อย่าลืมนำเอาเคล็ดลับต่างๆ เหล่านี้ไปใช้กันดูนะคะ รับรองได้เลยว่าคุณจะรู้สึกว่าการทำความสะอาดตู้เย็นไม่ได้ยากอย่างที่คิด
.
3.ขอบยางตู้เย็น
ขอบยางตู้เย็นเวลาใช้ไปสักพักมักจะมีคราบดำๆ เกิดขึ้น โดยเฉพาะตู้เย็นที่ต้องตั้งอยู่ในห้องครัว จะโดนพวกคราบน้ำมันพร้อมกับฝุ่นผสมกันเกาะอยู่ตามขอบยางของตู้เย็นทำให้เกิดเป็นคราบสีดำๆ ดูสกปรกไม่สะอาดตา หรือบางครั้งเกิดจากความชื้นทำให้ขอบยางเกิดเป็นราดำ เวลาทำความสะอาดจะค่อนข้างยาก สำหรับเคล็ดลับที่สามารถช่วยทำให้ขอบตู้เย็นทำความสะอาดได้ง่ายๆ จะได้แก่ ให้ใช้น้ำผสมกับฟองสบู่แล้วนำฟองน้ำชุบถูให้ทั่ว นอกจากจะช่วยทำให้ออกได้ง่ายแล้ว ตู้เย็นยังมีกลิ่นหอมสดชื่นอีกด้วย
.

ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook

ภาพจาก : motherandcare

ทำความสะอาดพื้นระเบียงไม้

ก่อนทำความสะอาด

อย่างแรกที่ต้องทำก่อนจะลงมือทำความสะอาด ก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อน ไม้กวาด แปรงไนลอน และหัวฉีดแรงดันสูง สำหรับต่อกับสายยางก็ควรจะมีเช่นกัน อย่าลืมผงซักฟอก และน้ำยาทำความสะอาด แต่ควรจะตรวจสอบกับพื้นไม้ก่อนว่า สามารถใช้ทำความสะอาดพื้นไม้ได้อย่างปลอดภัย ไม่ทำให้พื้นไม้กร่อนหรือเปลี่ยนสี หรือไม่ เมื่อเตรียมของทุกอย่างครบแล้ว ต่อไปก็ปัดกวาดพื้นให้สะอาดก่อน ตามด้วยใช้หัวฉีดแรงดันสูง ฉีดทำความสะอาดพื้นไม้อีกรอบ เสร็จแล้วก็ไปเริ่มทำความสะอาดแบบล้ำลึกกันได้เลย

ลงมือ
ผสมน้ำสะอาด 1 แกลลอน กับผงซักฟอกชนิดปราศจาก สารฟอกขาว 1 ถ้วยตวง และสารฟอกขาว (Oxygen Bleach) ¾ ถ้วยตวง คนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน จากนั้นก็เทลงบนพื้นไม้ แล้วก็ใช้แปรงไนลอน หรือไม้กวาดทางมะพร้าวขัดพื้นไม้ให้ทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที พอให้สารฟอกขาวทำปฏิกิริยากำจัดเชื้อแบคทีเรีย และคราบสกปรกต่าง ๆ ที่ติดต้างอยู่ให้หมดจด เสร็จแล้วก็ใช้หัวฉีดแรงดันสูงฉีดทำความสะอาดพื้นไม้อีกรอบ

พิชิตคราบหนัก
ผสมสารฟอกขาว 1 ถ้วยตวงกับน้ำสะอาด ¾ แกลลอน แล้วเทลงไปบนคราบสกปรกที่ติดฝังแน่นมานาน ขัดด้วยแปรงไนลอนจนคราบหลุดออกไปบางส่วน จากนั้นก็ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วค่อยลงมือขัดคราบสกปรกอีกครั้งจนหมดจด ก่อนจะใช้หัวฉีดแรงดันสูงฉีดทำความสะอาดให้หมดจด

ขจัดคราบเบา
สำหรับคราบสกปรกเบา ๆ ตามพื้นไม้ แนะนำให้ผสมน้ำส้มสายชูกลั่นขาว 2 ถ้วยตวง กับน้ำสะอาด 1 แกลลอน ผสมให้เข้ากันแล้วนำมาราดพื้นไม้ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จากนั้นก็ใช้แปรงหรือไม้กวาดทางมะพร้าวขัดคราบสกปรกให้หลุดออกไป ก่อนจะฉีดน้ำล้างทำ ความสะอาดตามปกติ แต่ถ้าไม่อยากใช้น้ำส้มสายชู จะผสมสารฟอกขาว ¾ ถ้วยตวง กับน้ำสะอาด 1 แกลลอน หรือจะผสมผงซักฟอก 1 ถ้วยตวง กับน้ำสะอาด 1 แกลลอน ก็ได้เช่นกันจ้า

ไล่เชื้อรา
ผสมน้ำสะอาด ¾ แกลลอน กับสารฟอกขาว 1 ถ้วยตวง และน้ำยาล้างจานอีก ¾ ถ้วยตวง คนทุกอย่างให้เข้ากัน แล้วนำไปราดลงบนพื้นไม้ที่มีเชื้อราให้ทั่ว ขัดทำความสะอาดพื้นด้วยแปรงไนลอน ทิ้งไว้สัก 10 นาทีแล้วค่อยขัดทำความสะอาดและฉีดน้ำล้างให้ทั่วอีกรอบ

กำจัดสนิม
พื้นไม้ก็อาจจะมีคราบผุกร่อนคล้าย ๆ คราบสนิมได้เหมือนกัน ซึ่งถ้าพื้นไม้ระเบียงของคุณมีคราบเหล่านี้ ให้ผสมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นไม้ที่มีส่วนผสมของกรดอ็อกซาลิค 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง จากนั้นก็นำมาราดลงบนพื้นไม้ที่มีคราบสนิม ทิ้งไว้อย่างนั้นจนกว่าคราบจางจางหายไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook

ภาพจาก : Sanook

5วิธีป้องกันเสื้อผ้าเหม็นอับจากเครื่องซักผ้า

1. โดยปกติแล้ว เราใช้น้ำในอุณภูมิปกติซักผ้า ไม่ร้อน และไม่เย็น การซักด้วยอุณภูมิปกตินี้ ทำให้เราประหยัดค่าไฟฟ้าได้ อีกทั้งยังไม่ทำลายสภาพแวดล้อม แต่การซักผ้าด้วยน้ำธรรมดานี้ ไม่สามารถขจัดเชื้อรา และเชื้อแบคทีเรียออกจากเครื่องซักผ้าของเราได้ ดังนั้น เราต้องมีวิธีจัดการปัญหานี้ ด้วยการเปิดเครื่องให้ทำงานด้วยน้ำร้อน โดยไม่ต้องใส่เสื้อผ้าลงไปซัก อย่างน้อยเดือนละครั้ง

2. ปิดเครื่อง หลังการทำความสะอาดเครื่องด้วยน้ำร้อนแล้ว ให้ปิดเครื่อง ถอดปลั๊กออก เพื่อพัก ก่อนที่จะเปิดขึ้นมาใช้งานอีกในครั้งต่อไป

3. ทำความสะอาดส่วนที่เป็นยางซีลกันน้ำ ช่องเปิด-ปิดต่าง ๆ รวมทั้งตัวกรอง เพราะเชื้อราและแบคทีเรียสามารถที่จะเติบโตได้อย่างรวดเร็วที่บริเวณยางซีลกันน้ำ และตามรูระบายน้ำต่าง ๆ หลังการใช้เครื่อง ต้องขัดทำความสะอาดในจุดเหล่านี้ หากทำเป็นประจำ จะช่วยป้องกันการก่อตัวของเชื้อราและแบคทีเรียได้ หากปล่อยไว้นาน จะไม่สามารถขัดออกได้ และจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ นอกจากนี้ เชื้อราและแบคทีเรีย มีแนวโน้มที่จะก่อตัวบริเวณช่องใส่ผงซักฟอก และตัวกรองอีกด้วย

4. เปิดฝาเครื่อง เพื่อให้อากาศถ่ายเทบ้างป้องกันความอับชื้น เชื้อรา และแบคทีเรีย นอกจากฝาเครื่องแล้ว ตามช่องใส่น้ำยาต่าง ๆ ก็ควรเปิดให้อากาศถ่ายเทเข้าไปได้บ้างหลังการใช้งาน

5. ตรวจเช็คท่อระบายน้ำทิ้ง หากทำตามขั้นตอนที่กล่าวมาแล้ว และพบว่ายังมีกลิ่นอยู่ ลองทำความสะอาด หรือหากมีความสกปรกมากหรือพบว่าชำรุดเสียหายก็ต้องเปลี่ยนใหม่
.

.
ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook

การทำความสะอาดหัวฝักบัวอาบน้ำ 

การทำความสะอาดหัวฝักบัวอาบน้ำ การที่เราพยายามใช้แรงขัดเพื่อขจัดคราบสกปรกที่ติดอยู่ตามรูเล็ก ๆ บนหัวฝักบัวนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ดังนั้นจึงต้องรู้เทคนิค และเทคนิคที่ว่าก็คือให้นำน้ำส้มสายชูใส่ถุงพลาสติกเล็ก ๆ แล้วหยดน้ำมันหอมละเหยมะนาวเหลืองซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในสปาลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำหัวฝักบัวจุ่มลงไปในถุงให้น้ำสมสายชูท่วมหัวฝักบัว อาจจะรัดยางที่ปากถุงกันหกเลอะเทอะ ปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืน เมื่อเปิดดูตอนเช้า คุณจะเห็นหัวฝักบัวสะอาดเอี่ยม เหมือนของใหม่

.
ขอบคุณข้อมูลจาก : promaid
ภาพจาก : strongltd.com