วิธีกำจัดคราบมันในห้องครัว

8 วิธีกำจัดคราบมันในห้องครัว ง่ายๆ

  1. น้ำส้มสายชู = สำหรับคราบน้ำมันที่ค้างมานาน จนเกาะแน่นฝังลึกบนพื้นผิว ให้ผสมน้ำ 2 ส่วน ต่อน้ำส้มสายชู 1 ส่วน เข้าด้วยกัน จากนั้นนำผ้าไปชุบ แล้วเช็ดบริเวณที่มีเป็นคราบ กรดอ่อน ๆ ในน้ำส้มสายชูก็จะช่วยกัดความสกปรกออกไป เสร็จแล้วก็ใช้ผ้าชุดน้ำสะอาดเช็ดซ้ำอีกครั้งหรือล้างกับน้ำยาล้างจานเพื่อกำจัดกลิ่น เพียงเท่านั้นก็จะทำให้ห้องครัวกลับมาสะอาดเอี่ยมและน่าใช้แล้ว
  2. น้ำร้อน = วิธีล้างคราบมันตามจุดต่างๆ ในห้องครัวหรือวิธีล้างคราบน้ำมันติดครื่องดูดควันที่ง่ายที่สุด ขอยกให้น้ำร้อนเลยค่ะ เพราะแค่ใช้ผ้าชุบน้ำร้อนบิดหมาด ๆ แล้วเอาไปเช็ดบริเวณที่มีรอยน้ำมันเกาะ คราบก็จะค่อย ๆ จางหายไปภายอย่างรวดเร็ว แต่ว่าวิธีนี้เหมาะสำหรับล้างคราบน้ำมันที่เกิดขึ้นไม่นานมาก เพราะคราบจะยังไม่ฝังตัวลึก อยู่ในจุดที่น้ำร้อนยังสามารถทำความสะอาดได้ แถมยังไม่ทำให้พื้นผิวลื่นด้วย
  3. เกลือ = วิธีใช้เกลือขจัดคราบน้ำมันติดผนัง แค่โรยเกลือลงไปบนคราบน้ำมัน แล้วรอให้เกลือดูดคราบน้ำมันขึ้นมา จากนั้นฉีดสารละลายบอแรกซ์หรือน้ำสัมสายชูลงไปเล็กน้อย แล้วทำความสะอาดด้วยการใช้ฟองน้ำหรือผ้าชุบน้ำเช็ดส่วนผสมออกให้หมดก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
  4. ผงซักฟอก = การใช้ผงซักฟอก เพราะผงซักฟอกสามารถล้างคราบน้ำมันได้ทั้งบริเวณพื้น เตา เครื่องดูดควัน และเครื่องครัวต่าง ๆ โดยนำผงซักฟอกไปผสมกับน้ำอุ่น แล้วหยิบผ้ามาชุบ ก่อนจะนำไปเช็ดคราบต่าง ๆ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้คราบน้ำมันหลุดออกอย่างง่ายดาย เนื่องจากผงซักฟอกมีคุณสมบัติกำจัดสิ่งสกปรกอยู่แล้ว แถมยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย
  5. เบกกิ้งโซดา = การขจัดคราบมันในครัวก็เริ่มจากการผสมน้ำกับเบกกิ้งโซดาเข้าด้วยกัน แล้วนำฟองน้ำมาจุ่ม จากนั้นก็เช็ดให้ทั่งบริเวณที่มีคราบ และทำซ้ำตามขั้นตอนจนกระทั่งคราบมันหมดไป และถ้าใครมีเบกกิ้งโซดาเหลือ จะนำไปใช้กำจัดคราบอื่น ๆ ในบ้านต่อก็ได้
  6. มะนาว = เทน้ำมะนาวผสมลงไปกับเบกกิ้งโซดา ราดลงไปตรงบริเวณที่มีคราบ แล้วใช้ฟองน้ำหรือผ้าขัดคราบน้ำมันออกมา แต่ถ้าหากบ้านไหนไม่ได้ใช้เบกกิ้งโซดาเป็นประจำ จะใช้แค่มะนาวอย่างเดียวก็ได้ โดยฝานมะนาวเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วก็นำไปถูบริเวณที่เป็นคราบ ก่อนจะใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเพื่อล้างพื้นผิวให้สะอาด
  7. น้ำมันพืช = เมื่อต้นเหตุคราบเกิดจากน้ำมัน ก็ใช้น้ำมันนี่แหละกำจัดกันเองซะเลย แถมยังเป็นของที่ต้องมีติดครัวอยู่แล้วด้วย แต่น้ำมันที่จะนำมาใช้ทำความสะอาดควรเป็นน้ำมันจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันพืชเท่านั้นนะคะ ซึ่งวิธีทำก็ง่าย ๆ แค่เทน้ำมันดังกล่างลงไปบนกระดาษทิชชูเล็กน้อย แล้วนำไปขัด ๆ ถู ๆ บริเวณฝาผนังหรือเครื่องครัว คราบน้ำมันที่ทั้งข้นและเหนียวก็จะค่อย ๆ หลุดออกไป
  8. ทรายแมว = เหมาะกับการขจัดคราบมันบนพื้นกระเบื้องมากๆ เพราะไม่ทำลายพื้นผิวอย่างแน่นอน โดยเริ่มจากใช้ผ้าซับคราบน้ำมันให้ได้มากที่สุด แล้วโรยทรายแมวลงไปแล้วเกลี่ยให้ทั่วบริเวณที่มีคราบ ทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน แล้วค่อยกวาดทรายออกให้หมด แค่นี้ก็ช่วยคราบนบนพื้นครัวก็หายไปแล้ว

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook.com

ขอบคุณรูปภาพจาก : homedecorthai.com

กำจัดคราบสกปรกบนหัวเตาแก๊ส

วัสดุที่ใช้นำมาทำความสะอาดในครั้งนี้ คือ “ผงแอมโมเนีย” สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาหรือร้านฮาร์ดแวร์ทั่วไป เมื่อหามาได้แล้วก็ให้เตรียมถุงซิปล็อกมาอีกใบ เลือกที่มีใบใหญ่กว่าตะแกรงหัวเตาเล็กน้อย

  1. นำเอาผงแอมโมเนีย ¼ ถ้วยเทใส่ถุง แล้วนำเอาตะแกรงใส่ถุงทั้งชิ้น จำไว้ว่าไม่ต้องขัด ไม่ต้องถู ไม่ต้องแช่อะไรทั้งสิ้น แค่ใส่เอาไว้เฉย ๆ
  2. แล้วนำเอาไปวางไว้บนถาดคุ้กกี้ ทิ้งไว้ข้ามคืน อย่างน้อย 12 ชั่วโมง ระหว่างนั้นไอระเหยของแอมโมเนีย จะระเหยออกมาขจัดคราบน้ำมันและคราบไขมันต่าง ๆ ให้หลุดร่อนออกจากตะแกรง
  3. พอครบเวลาที่กำหนด นำออกจากถุงแล้วทำความสะอาดตามปกติ จะพบว่าแค่คุณนำเอาฟองน้ำถูเบา ๆ คราบไขมันก็หลุดออกจนหมดแล้ว

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : mebaan.com

ขอบคุณภาพจาก : Kapook

วิธีทำความสะอาด พัดลมเพดาน

1.ก่อนอื่นต้องถอดปลั๊กออก แล้วใช้ผ้าหรือแผ่นพลาสติกคลุมเฟอร์นิเจอร์เอาไว้เพื่อป้องกันฝุ่น

2.จากนั้นก็มาผสมสเปรย์ทำความสะอาดจากน้ำเปล่าและน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ ฉีดภายในปลอกหมอนใบเก่าที่ไม่ใช้แล้วให้ชุ่ม นำไปครอบที่ใบพัดของพัดลมทุกใบแล้วทิ้งไว้สักพัก

3.จากนั้นรูดปลอกหมอนให้แนบไปกับใบพัดจนสุดปลายใบพัดเพื่อเช็ดฝุ่นออก

4.ใช้ผ้าคอตตอนเช็ดฝุ่นที่ยังค้างอยู่บนใบพัดและตามจุดต่าง ๆ จนสะอาด รวมไปถึงโคมไฟของพัดลมเพดาน (ถ้ามี) เพียงเท่านี้พัดลมเพดานก็จะกลับมาสะอาดและน่าใช้งานอีกครั้ง

.

.

ขอบคุณข้อมูลจากและภาพ : kapook

วิธีทำความสะอาดพัดลมตั้งโต๊ะ 

1.ถอดปลั๊กออกจากเต้าเสียบซะก่อนและวางไว้ในที่ที่ปลอดภัย ไม่มีน้ำกระเด็นไปโดน

2.ถอดตะแกรงหน้าพัดลมออก ตามด้วยตัวล็อกใบพัด ใบพัด ตัวล็อกตะแกรงด้านหลัง และตะแกรงด้านหลังออกจากเครื่อง

3.เมื่อแยกชิ้นส่วนตรงใบพัดออกมาแล้ว ให้นำไปล้างด้วยน้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจาน ขัด ๆ ถู ๆ ให้สะอาดเกลี้ยงเกลาทุกซอกทุกมุม แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เช็ดให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้แห้งหรือวางผึ่งลมจนชิ้นส่วนแห้งสนิท

4.ระหว่างที่รอให้ชิ้นส่วนแห้งสนิท ให้ใช้ผ้าเช็ดที่ตัวมอเตอร์เพื่อกำจัดเศษฝุ่นออกให้หมด

5.เมื่อชิ้นส่วนแห้งแล้วให้นำมาประกอบเข้าที่เดิม พร้อมใช้งานครั้งต่อไป

 

ขอบคุณข้อมูลจากและภาพ : kapook.com

วิธีกำจัดมดออกจากท่อระบายน้ำ

1.ใช้ยากำจัดมด : ก่อนอื่นต้องเลือกสิ่งที่จะนำมาใช้กำจัดมดในท่อระบายน้ำให้เหมาะสมก่อน เพราะการใช้สารเคมีอาจจะไม่เหมาะสมเนื่องจากเป็นการสร้างมลภาวะให้กับสภาพแวดล้อม ซึ่งของธรรมชาติหลาย ๆ อย่าง ก็สามารถนำมาใช้กำจัดมดได้ ดังนี้

2.น้ำส้มสายชู กับเบกกิ้งโซดา : ให้นำเบกกิ้งโซดาใส่ลงในท่อระบายน้ำ จากนั้นก็เทน้ำส้มสายชูตามลงไป น้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรดโดยธรรมชาติ จะทำปฏิกิริยาให้เกิดเป็นฟอง และกำจัดมดในท่อได้ ระหว่างนี้ให้เปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศในเวลาที่ทำ จากนั้นให้ล้างคราบมด และเบกกิ้งโซดาที่เหลือด้วยน้ำร้อน

3.น้ำยาล้างจานและน้ำ : ให้นำขวดสเปรย์มา จากนั้นผสมน้ำยาล้างจานกับน้ำอย่างละครึ่งใส่ลงไป แล้วนำไปฉีดมด ส่วนผสมนี้ฆ่ามดได้รวดเร็ว และสามารถเก็บไว้ใช้ต่อได้ในครั้งหน้า

4.น้ำเดือด : นำน้ำไปต้มในหม้อต้มน้ำร้อน เมื่อเดือดก็เทลงไปในท่อ เพื่อกำจัดมด แต่ต้องระวังเพราะน้ำร้อนจัดอาจจะลวกมือในขณะที่จัดการกับมดได้

6.ใช้สารเคมี : หากลองใช้วิธีธรรมชาติแล้วยังไม่ได้ผลก็ให้ลองปรึกษามืออาชีพว่าสารเคมีชนิดไหนจึงจะเหมาะ แต่ไม่ควรใช้ทั้งสองวิธีควบคู่กัน และหลังจากกำจัดมดก็ไม่ควรประกอบอาหารใด ๆ จนกว่าจะมั่นใจว่าได้ล้างทำความสะอาดสารเคมี และสิ่งต่าง ๆ ที่นำมาใช้กำจัดมดจนสะอาดหมดจดแล้ว

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook

วิธีลบคราบดินสอสีออกจากผนัง

วิธีลบคราบดินสอสี หรือรอยสีเทียนออกจากผนัง ถึงแม้ลูก ๆ จะเล่นซนจนผนังเปรอะเปื้อนไปหมด แต่เรามี วิธีลบคราบดินสอสีจากผนัง มาฝากให้แก้ปัญหากันแล้วค่ะ

1.ไดร์เป่าผมและน้ำยาล้างจาน ไดร์เป่าผมและน้ำยาล้างจาน เป็นอุปกรณ์ที่หาได้ง่าย ๆ ในบ้าน ซึ่งคุณสามารถหยิบมาใช้จัดการกับดินสอสีบนฝาผนังได้อย่างง่ายดาย โดยการใช้ความร้อนจากไดร์เป่าผม เป่าคราบบนผนัง จากนั้นตามด้วยการใช้น้ำยาล้างจานชุบผ้าแล้วมาเช็ดรอยเปื้อน ค่อย ๆ ถูจนคราบดินสอสีจางลง เท่านี้ปัญหาอันยุ่งยากกวนใจผนังก็หมดไป

2.น้ำมันครอบจักรวาลอเนกประสงค์หรือ WD-40 สะดวก รวดเร็ว ทันใจ และง่ายต่อการกำจัดคราบดินสอสี เพียงแค่คุณพ่นน้ำมัน WD-40 ไปบนผนังแค่นิดเดียวเท่านั้น แล้วตามด้วยการใช้กระดาษทิชชู มาเช็ดตามคราบดินสอสี หากยังไม่ออกให้ทำแบบเดิมซ้ำอีกครั้ง จนกว่าคราบดินสอสีบนผนังเหล่านั้นก็จะหายไป

3.ฟองน้ำมหัศจรรย์ (Magic Sponge) ฟองน้ำมหัศจรรย์ (Magic Sponge) หลากหลายยี่ห้อ ซึ่งมีขายอยู่ตามซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ ๆ ร้านขายอุปกรณ์ในบ้าน หรือตามอินเทอร์เน็ต จะช่วยให้ฝีมือศิลปะบนผนังของลูก ๆ หมดไปด้วยการใช้ฟองน้ำนี้ในการเช็ดถูบริเวณผนังที่เป็นรอยดินสอสี หรือสีเทียน ค่อย ๆ ทำจนกว่าร่องรอยจะจางหมดไป ก็เหมือนได้ผนังใหม่แล้วล่ะ

4.แปรงสีฟัน หากตื่นขึ้นมาแล้วต้องพบกับคราบดินสอสีบนผนังที่เด็ก ๆ ทำเลอะเอาไว้อย่างไม่ได้เตรียมตัว อุปกรณ์กำจัดคราบดินสอสีที่หาได้ง่ายและสะดวกที่สุดก็คือ แปรงสีฟัน โดยการนำแปรงสีฟันมาลบรอยคราบดินสอสีบนผนังโดยการจุ่มน้ำแล้วขัดเบา ๆ จนคราบหลุดออก

5.เบกกิ้งโซดา เบกกิ้งโซดา ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการทำอาหารนี่แหละ ที่สามารถช่วยคุณกำจัดศิลปะผลงานของลูก ๆ ของคุณได้อย่างง่ายดาย โดยเบกกิ้งโซดาสามารถใช้งานได้เหมือนยางลบทั่วไป เพียงแค่นำผงเบกกิ้งโซดามาถู ๆ บริเวณคราบที่มี อาจใช้ร่วมกับแปรงสีฟันจะยิ่งช่วยให้ทำความสะอาดง่ายขึ้นค่ะ

6.มายองเนส ของรอบตัวที่เหลือใช้สามารถเป็นผู้ช่วยชีวิตลบคราบดินสอสีบนผนังได้อีกอย่างก็คือ มายองเนส แค่เพียงคุณป้ายมายองเนสตรงส่วนที่มีคราบเพียงไม่กี่ครั้ง จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามอีกที คราบที่มีก็จะจางลงได้แล้ว

7.ยางลบดินสอ และแน่นอนคราบดินสอสีบนผนังที่่ลูก ๆ ของคุณได้ใส่จินตนาการลงไปนั้น วิธีที่แก้ง่ายที่สุดก็คือ ยางลบดินสอ เพราะมันเกิดมาเพื่อลบคำผิดจากดินสอ ดังนั้นมันจึงเอามาใช้ลบคราบบนฝาผนังได้สบาย ๆ โดยการนำยางลบมาลบบนคราบดินสอสีที่มีบนผนัง เพื่อให้ร่องรอยเบาบางลง

8.ฝอยขัดหม้อ ฝอยขัดหม้อไม่ได้มีเพียงไว้ขจัดคราบบนภาชนะเท่านั้น ในเมื่อฝอยขัดหม้อสามารถล้างคราบสกปรกที่อยู่บนจานได้แล้ว และแน่นอนว่ามันสามารถขจัดคราบดินสอสีบนฝาผนังได้ด้วย เพียงแค่คุณนำฝอยขัดหม้อขจัดรอยคราบไปในทิศทางเดียวกัน แค่นั้นคราบดินสอสีก็จะหมดไป แต่ห้ามขัดเป็นวงกลมบนผนังนะคะ เพราะจะทำให้ผนังเกิดรอยด่างจนต้องหาสีมาทาใหม่ให้วุ่นวายไปอีก

9.น้ำส้มสายชู อีกหนึ่งอุปกรณ์การทำอาหารที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ก็คือ น้ำส้มสายชู เพียงแค่นำแปรงสีฟันไปชุบน้ำส้มสายชูเพียงเล็กน้อย แล้วนำมาเช็ดบริเวณที่มีรอยเปื้อน และล้างน้ำตาม เพียงแค่นั้นปัญหาทุกอย่างที่ลูก ๆ ของคุณได้ก่อไว้ก็จะหมดไปแล้ว

10.เบบี้ออย ใช่แล้วล่ะ เบบี้ออยสำหรับบำรุงผิวนี่แหละ ที่จะทำให้ผนังบ้านกลับมาสะอาดใสเหมือนผิวของคุณได้เลย โดยการนำเศษผ้าไปชุบกับเบบี้ออยแล้วนำไปลบคราบบนผนัง เพียงเท่านั้นผนังของคุณจะกลับมาสะอาดใสอีกครั้ง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook

ภาพจาก : snook

ของ 11 อย่างนี้ “ห้าม” ทิ้งลงในชักโครกเด็ดขาด

1.กระดาษทิชชูเปียก : กระดาษแบบนี้ใช้ง่าย ทิ้งง่าย กดลง แต่มันไม่สามารถย่อยสลายได้และก่อให้เกิดการอุดตัน และส่งผลเสียต่อระบบการกำจัดของเสียอีกด้วย เพราะกระดาษพวกนี้ มีส่วนผสมของไฟเบอร์พลาสติก วิธีที่ถูกสำหรับการทิ้งกระดาษทิชชูเปียกก็คือ ทิ้งลงถังขยะ

2.ถุงยางอนามัย : แม้จะเป็นการสะดวกที่จะทิ้งลงในชักโครก แต่นั่นไม่ใช่ที่ทิ้ง เพราะถุงยางเหล่านั้นจะอุดตันในท่อ ทำให้ต้องเสียเวลา และเสียงบประมาณในการมาแก้ไขที่ทิ้งที่ถูกต้องก็คือถังขยะเช่นกัน

3.ยาต่าง ๆ : ยาที่เราไม่ใช้แล้ว หรือยาหมดอายุ ก็ไม่ควรจะทิ้งในชักโครกเช่นกัน แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นการปลอดภัย ต่อการที่เด็ก หรือสัตว์เลี้ยง แต่การทิ้งยาลงในชักโครกนั้น ส่งผลกระทบต่อระบบการกำจัดของเสีย ในกรณีที่มีการนำสิ่งปฏิกูลเหล่านี้ ไปใช้เป็นปุ๋ย ก็จะส่งผลต่อต้นไม้ นอกจากนั้น ตัวยาอาจจะละลายลงดิน และลงสู่แหล่งน้ำได้ในที่สุด สถานที่ทิ้งที่เหมาะที่สุดก็คือ ถังสำหรับทิ้งยาของสถานพยาบาลในท้องถิ่นที่เราอาศัย

4.สารเคมีต่าง ๆ : การทิ้งสารเคมี พวกน้ำยาทำความสะอาด หรือสารเคมีอื่น ๆ ลงในชักโครก ก็ส่งผลเสียในลักษณะเดียวกับการทิ้งยาลงในชักโครก วิธีที่ถูกก็คือ ไม่เททิ้ง และหาที่ทิ้งลงในถังที่แยกไว้สำหรับการทิ้งสารเคมี

5.สำลี ทิชชู กระดาษเช็ดมือ : ของเหล่านี้เราอาจจะคิดว่า มันไม่ต่างอะไรกับกระดาษชำระ แต่จริง ๆ แล้ว เมื่อเราทิ้งลงชักโครก และกดน้ำไป จะมีผลที่แตกต่างกัน เพราะกระดาษชำระ สามารถแตกตัวได้ ในเวลาไม่กี่วินาที แต่สิ่งเหล่านี้ ไม่แตกตัว และอาจจะอุดตัน กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ของเหล่านี้ ต้องทิ้งลงในถังขยะ

6.ผ้าอนามัย : ผ้าอนามัยทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบแผ่น แบบสอด เราทิ้งลงในชักโครกไม่ได้ เพราะมันจะอุดตันในท่อ ยากต่อการนำออกมา เพราะผ้าอนามัยเหล่านี้ จะดูดน้ำ และขยายตัวอยู่ในท่อ ต้องทิ้งในถังขยะ

7.ผ้าอ้อม : เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ก่อปัญหามาก คนบางคนบอกว่า เขาสามารถม้วนผ้าอ้อม ให้มีขนาดเล็กเพียงพอที่จะใส่เข้าไปในชักโครกได้ แต่แน่นอนว่า เมื่อใส่ลงไปแล้ว มันก่อให้เกิดปัญหาอุดตัน และยากต่อการแก้ไขเช่นกัน

8.เส้นผมและไหมขัดฟัน : ถ้าเราเห็นว่าเส้นผมที่ร่วงออกมานั้น อุดท่อระบายน้ำ ตอนที่เราอาบน้ำอย่างไร เราก็จะเข้าใจได้ว่า เวลาใส่ลงไปในชักโครกแล้ว มันจะอุดตันในลักษณะเดียวกัน เส้นผม และไหมขัดฟัน ไม่แตกตัวเมื่อโดนน้ำ และมันจะกลายเป็นสิ่งกีดขวางในท่อน้ำ

9.ทรายแมวและอึแมว : แน่นอนว่า ไม่มีใครอยากมาขุดทรายแมวเพื่อตักอึแมวออก แต่ทั้งนี้เราไม่ควรกำจัดด้วยการนำไปเทในชักโครก ทรายแมวทำให้เกิดการอุดตันในท่อน้ำ และก่อให้เกิดความเสียหายภายในท่อได้ แม้แต่อึแมว ก็ไม่ควรทิ้งลงไป เพราะอาจจะมีพยาธิ ส่งผลต่อระบบการกำจัดของเสียเช่นกัน

10.ซากสัตว์: รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ๆ อื่น ๆ ไม่ใช่สิ่งที่จะทิ้งลงในชักโครก เพราะซากสัตว์เหล่านี้ อาจจะมีเชื้อโรคและพยาธิ ก่อให้เกิดผลเสียต่อระบบน้ำ หากเกิดการอุดตันก็ก่อให้เกิดเชื้อโรค ซากสัตว์เหล่านี้ เราควรกำจัดด้วยการฝัง หรือทิ้งขยะก็ได้

11.อาหาร : ชักโครกไม่ใช่ที่กำจัดขยะจากอาหาร ไม่ว่าจะเป็นกากกาแฟ หรือเศษอาหาร ก็ไม่ควรทิ้งลงในชักโครกทั้งนั้น เพราะมันจะอุดตันในท่อเช่นกัน

 

 ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook

ซักผ้าปูเตียงอย่างไร ให้ถูกต้อง

คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้นอนอยู่บนผ้าปูเตียงที่ทั้งหอมสะอาดและนุ่ม แต่คุณเคยรู้หรือไม่ว่าคุณอาจเคยทำความสะอาดผ้าปูเตียงแบบพลาดๆ มาก่อน แต่ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้เราจะมาบอกวิธีที่ถูกต้องกัน มีอะไรบ้างไปดูกันค่ะ

1.อย่ารอเวลาระหว่างซักนานเกินไป การที่ใช้เวลาเพียงเล็กน้อยกับมันเพียงชั่วข้ามคืนนั้น ไม่ใช่ว่าผ้าปูที่นอนจะไม่สกปรกนะคะ ทั้งเหงื่อ เชื้อโรค และไขมันจากร่างกายนั้นสะสมอย่างรวดเร็ว ดังนั้นควรเปลี่ยนผ้าปูเตียงอย่างน้อย 2 สัปดาห์ต่อครั้ง

2.อย่าลืมดูแลเรื่องคราบสกปรก คุณอาจคิดว่าไม่มีคราบสกปรก แต่มันจะดีกว่าถ้าเช็คคราบสกปรกตามปลอกหมอน เช่น คราบเครื่องสำอาง ดังนั้นจึงควรใช้น้ำยากำจัดคราบโดยเฉพาะในการทำความสะอาด

3.อย่าใส่เครื่องนอนลงไปในเครื่องซักผ้ามากเกินไป การที่ยกชุดเครื่องนอน ผ้าปูเตียง ฯลฯ มาซักรวมกันทั้งบ้าน อีกทั้งยังอาจซักรวมกับเสื้อผ้าชิ้นอื่นๆ อีก ทำให้การทำความสะอาดนั้นมีประสิทธิภาพลดลง ผ้าปูที่นอนจะไม่สะอาดเท่าที่ควร ดังนั้นควรแยกซักและไม่อัดชุดเครื่องนอนเหล่านี้ลงไป

4.ตั้งค่าเครื่องซักผ้าให้ถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องตั้งค่าทำความสะอาดและการหมุนแบบรุนแรง เพราะใช้แค่ระบบการทำงานปกติก็เพียงพอเพราะสีของมันก็ยังจะคงอยู่ การเลือกใช้น้ำเย็นจะช่วยป้องกันไม่ให้ผ้าย่น ส่วนการเลือกใช้น้ำร้อนจัดในการซักผ้าปูที่นอนจะช่วยกำจัดเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี

5.อย่าปล่อยให้เครื่องปั่นผ้าปูที่นอนนานเกินไป เพราะจะทำให้ผ้าปูที่นอนหดตัว

6.อย่าคิดว่าผ้าปูที่นอนจะแห้งพร้อมผ้าขนหนู เวลาซักผ้าควรแยกประเภทของเนื้อผ้า อย่างผ้าปูที่นอนกับผ้าขนหนูนั้นระยะเวลาการแห้งต่างกัน ขณะที่ผ้าปูเตียงแห้งแล้ว แต่ผ้าขนหนูหรือผ้าเช็ดตัวอาจจะยังเปียกอยู่ ดังนั้นควรแยกกันซัก

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : goodhousekeeping, sanook

การทำความสะอาดพื้นลามิเนต

อีกหนึ่งวัสดุปูพื้นยอดนิยมที่สามารถใช้แทนไม้ธรรมดาได้ เพราะมันเป็นแผ่นสังเคราะห์ ทำมาจากทั้งเรซิ่น และสารเคลือบเคมีอีกหลายชนิด ประกอบกันเป็นชั้นๆ ทำเป็นลายไม้สวยงามเหมือนของจริงมากจนแทบแยกไม่ออก และที่สำคัญคือมีความทนทานต่อการถูกกระแทกหรือขีดข่วนมากกว่าพื้นไม้ธรรมดา

วิธีการทำความสะอาด พื้นแบบนี้ไม่มีอะไรยุ่งยากมาก แค่ใช้ผ้าหรือไม้ถูพื้นหมาดๆมาเช็ด อย่าให้น้ำเปียกโชก เพราะน้ำจะซึมลงพื้นและอาจเกิดการชำรุดได้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : homify.co.th

ขอบคุณรูปภาพจาก : kswood.com

5ขั้นตอนดูแลบ้านช่วงหน้าฝน

บ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย เพราะเป็นทั้งที่พักผ่อนและที่หลบฝนหลบแดด แต่บ้านก็เหมือนกับคนต้องการการดูแลรักษา เอาอกเอาใจ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน อย่าปล่อยให้มันไม่สบายเป็นหวัดคัดจมูก เราจึงขอเสนอวิธีดูแลรักษาบ้านในช่วงหน้าฝนมาให้เพื่อนๆ นำไปใช้กัน

1. ทำความสะอาดรางระบายน้ำ  เพราะเป็นทางน้ำไหลผ่าน อย่าให้มีเศษขยะหรือของอะไรมากีดขวาง ไม่อย่างนั้นน้ำที่ไหลไปคงเอ่อท่วมเหมือนน้ำท่วมปี 53 ที่มีบ้านใน กทม เป็นสิ่งกีดขวางแน่นอน

2. ตรวจรอยรั่วซึม  คอยสังเกตุเวลาฝนตกว่ามีน้ำรั่วซึมตามหลังคาหรือเพดานหรือไม่ ถ้าพบเจออย่าปล่อยทิ้งไว้นานเพราะปัญหาใหญ่จะตามมา ควรรีบตามช่างเพื่อแก้ปัญหาโดยด่วน หรือใช้ยางซีลที่กันน้ำได้ มาอุดรูรั่วตามประตูหรือหน้าต่าง

3. ตรวจสอบปลั๊กไฟ  สำคัญมากๆ สำหรับปลั๊กไฟ หากปล่อยให้น้ำกระเด็นเข้าไปจะเป็นอันตรายอย่างมาก โดยเฉพาะปลั๊กที่อยู่ติดประตูหรือหน้าต่างที่เสี่ยงต่อการโดนน้ำ ลองหาอะไรมาปิดไว้หรือทางที่ดีควรเปลี่ยนไปใช้ปลั๊กแบบที่มีฝาเปิด-ปิด

4. ตรวจน้ำขัง  ตามพื้นระเบียงหรือพื้นบ้านที่ไม่เรียบสนิทจะมีน้ำขัง เมื่อฝนตกเสร็จแล้วให้ทำความสะอาดบริเวณน้ำขังให้เรียบร้อย อย่าปล่อยให้มีคราบเพราะทิ้งไว้นานๆ จะล้างไม่ออก ติดเป็นคราบ

5. สีทาบ้าน  สำหรับบ้านเก่าสีซีด สีนอกจากจะทำให้บ้านดูดีดูใหม่แล้ว สีบางชนิดยังช่วยป้องกันผนังบ้านอีกด้วย สำหรับบ้านเก่าควรทาสีใหม่เพื่อป้องกันเชื้อราจากความชื้น โดยเฉพาะส่วนที่ทำจากไม้ต้องดูแลเป็นพิเศษ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : infinitydesign

ภาพจาก : กรมอุตุนิยมวิทยา