5 วิธีกำจัด”สนิม”ด้วยของใช้ในบ้าน

สนิมคือตัวการสำคัญที่คอยกัดกร่อนของใช้ในบ้านให้สลายไปก่อนเวลาอันควร ไม่เฉพาะโครงสร้างใหญ่ๆ เช่นพวกเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งในบ้าน มันยังทำลายของชิ้นเล็กๆ ที่เป็นโลหะได้อีกด้วย นอกจากนั้นแล้วมันยังเป็นอัตรายต่อสุขภาพของคนในบ้านด้วย
1. น้ำส้มสายชู
ของวิเศษประจำบ้านที่ทำได้ตั้งแต่ของกินยังของใช้ มันสามารถทำความสะอาดได้หลายอย่างไม่เว้นแม้แต่ “สนิม” เพียงแค่นำของชิ้นนั้นไปแช่ในน้ำส้มสายชู ทิ้งไว้สักพักก็เอาผ้าหรือสก๊อตไบร์ทขัดออกได้เลย
2. น้ำส้มสายชู + ผงซักฟอก
หากเป็นของชิ้นใหญ่ที่ไม่สามารถนำไปแช่ได้ เช่น ขาโต๊ะ ตู้ เป็นต้น ให้เอาน้ำส้มสายชูผสมกับผงซักฟอกในอัตราส่วน 2:1 ตามลำดับ จากนั้นใช้สก๊อตไบร์ทขัดออก จนทั่วบริเวณ และใช้ผ้าเช็ดออกอีกรอบ
3. มันฝรั่งดิบ+น้ำยาล้างจาน
เข้าใจไม่ผิดหรอกครับ เราใช้มันฝรั่งจริงๆ เพียงผ่าออกครึ่งหนึ่งแล้วจุ่มมันลงไปในน้ำยาล้างจาน จากนั้นเอาไปขัดบริเวณที่เกิดสนิม จะสังเกตุเห็นว่าคราบสนิมติดออกมาในมันฝรั่ง จากนั้นผ่ามันฝรั่งในส่วนที่เป็นสนิมออก แล้วทำแบบเดิมซ้ำๆ
4. น้ำส้มสายชู+กระดาษฟอยล์
วิธียอดฮิตที่นิยมกัน คือใช้สารเคมีจากน้ำส้มสายชูและใช้ผิวสัมผัสจากกระดาษฟอยล์เป็นตัวช่วย วิธีนี้สามารถทำให้คราบสนิมออกไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
5. น้ำอัดลม
วิธีที่ง่ายและเห็นผล เพียงนำน้ำอัดลมไปราดหรือเทใส่ถาด จากนั้นนำของที่เป็นสนิมไปแช่ น้ำอัดลมจะทำการกัดกร่อนจนสนิมหลุดออก ทิ้งไว้สักพักก็ใช้ผ้าเช็ดออกได้เลย
เครดิตจาก 3M

กำจัดจิ้งจก

จิ้กจกเป็นสัตว์ที่มีมานานมากแล้วเพราะพวกมันสามารถปรับตัวเข้าได้กับทุกที่ ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยที่มันจะอยู่ในบ้านคุณได้ แต่บางครั้งมันก็สร้างความรำคานและความขยะแขยงให้เราเช่นกัน หลายคนจึงอยากไล่พวกมันให้ออกไปจากบ้าน
ก่อนที่เราจะกำจัดจิ้กจกเราต้องมาเริ่มที่ต้นเหตุก่อน การที่มีจิ้งจกอยู่ในบ้านแสดงว่าในบริเวณนั้นมีแมลงหรือมดซึ่งเป็นอาหารของจิ้กจก และการที่มีแมลงและมดเข้ามาแสดงว่าสภาพแวดล้อมบริเวณนั้นดี การจัดการจึงต้องเริ่มต้นจาสาเหตุดังนี้
สร้างกลิ่นไม่พึงประสงค์
โดยการใช้น้ำมันก๊าดชุบน้ำหรือการบูร ลูกเหม็น มาวางไว้บริเวรที่มีจิ้งจก นอกจากจะไล่จิ้งจกแล้วยังสามารถไล่แมลงได้อีกด้วย วิธีนี้สามารถไล่สัตว์ใหญ่กว่าจิ้งจกนั้นก็คือตุ๊กแกได้อีกด้วย หรือเข้าไปอ่านวิธีการกำจัดมด !! ด้วยวิธีธรรมชาติ แบบง่ายๆ
สมุนไพรช่วยได้
หากอยากลองด้วยวิธีธรรมชาติควรใช้ใบสาบเสือและใบน้อยหน่ามาตำผสมกันจากนั้นนำไปใส่ในผ้าบางๆ มัดแล้วนำไปแขวนบริเวณที่มีจิ้งจก เป็นการไล่จิ้งจกด้วยวิธีธรรมชาติโดยแท้เปลือกมะนาวช่วยได้
หากไม่สามารถหาใบสาบเสือและใบน้อยหน่าได้ ลองใช้เปลือกมะนาวทาตรงบริเวณที่มีจิ้งจกผ่าน กรดจากเปลือกมะนาวจะทำให้พวกมันรู้สึกแสบร้อน จนไม่กล้าผ่านมาอีก
ใช้น้ำฉีด
เพราะน้ำจะเข้าไปแทนที่สูญญากาศใต้ผังผืดของเท้าจิ้งจก ทำให้มันไม่สามารถเกาะบนกำแพงได้จนล่วงลงมา แต่วิธีนี้ระวังผนังชื้นด้วยนะ
กาวสองหน้าแบบบาง
ให้นำเอากาวสองหน้าแบบบางธรรมดาๆ ที่ใช้กันทั่วไป ไปแปะไว้ตรงทางผ่านของพวกมัน วิธีนี้มีวลองแล้วบอกว่าได้ผล พวกมันไม่กลับมาอยู่แถวนั้นอีก หรืออาจหาซื้อสเปยร์ไล่จิ้งจกลองเอามาใช้ดูก็ได้
เลี้ยงแมว
วิธีที่ได้ผลที่สุดแต่ไม่อยากแนะนำที่สุด เพราะเป็นวิธีที่ฮาร์ดคอเกินไปและเหมาะสำหรับคนที่อยากเลี้ยงแมวเท่านั้น ไม่ใช่เลี้ยงเพื่อไล่จิ้งจก ซึ่งแมวส่วนใหญ่จะชอบไล่คาบจิ้งจกเป็นปรกติอยู่แล้ว
เครดิตจาก 3M

เทคนิค ลบรอยเปื้อนบนผนัง

คราบเปื้อนบนผนังเป็นสิ่งที่ขัดหูขัดตาเป็นอย่างมาก แม้มันจะเป็นแค่รอยเล็กๆ แต่เราก็ไม่อยากให้มันติดอยู่บนนั้น โอกาสที่จะเกอดคราบเปื้อนนั้นมัมากมาย ดังนั้นการทำความสะอาดผนังจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น

คราบมาจากไหน
คราบเปื้อนส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมของคนในบ้าน เช่น มีเด็กเอาดินสอไปเขียน, คราบจากการทำอาหาร เป็นต้น ซึ่งคราบแต่ละประเภทก็มีวิธีกำจัดที่แตกต่างกันออกไป เรามาเริ่มวิธีแรกกันเลย

1. น้ำยาล้างจาน ง่ายๆ รวดเร็ว
หากเป็นคราบไม่ใหญ่มากหรือไม่เลอะมาก เช่น คราบกาแฟ หรือคราบอาหาร ให้นำน้ำอุ่นและน้ำยาล้างจานไปขัดและปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นใช้ผ้าขัดซ้ำ
2. เบกกิ้งโซดา
สำหรับคราบที่ค่อนข้างกำจัดยาก เช่นคราบหมึก หรือปากกา ให้ใช้เบกกิ้งโซดามาถูบริเวณนั้นแล้วใช้แปรงสีฟังขัดออก จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดอีกทีหนึ่ง
3. น้ำส้มสายชู
สิ่งของที่สารพัดประโยชน์อย่างน้ำส้มสายชูสามารถลบรอยเปื้อนได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้น้ำส้มสายชูไปถูบริเวณนั้นทิ้งไว้สักพัก ก็ใช้น้ำสะอาดล้างออกแบบง่ายๆ
4. ไดร์เป่าผมและน้ำยาล้างจาน
สำหรับบ้านที่มีลูกน้อยจอมซน ใช้สีไปละเลงบนผนัง ให้ใช้ไดร์เป่าผมเป่าบริเวณนั้นจนสีเริ่มละลาย จากนั้นเอาผ้าชุบน้ำยาล้างจานแล้วล้างออก แค่นี้สีบนผนังก็หลุดออกแล้ว
5. ยาสีฟัน
นอกจากมันจะทำให้ฟันเราขาวใสแล้ว ยังช่วยให้คราบเปื้อนบนผนังหลุดออกได้ง่ายๆอีกด้วย โดยบีบยาสีฟันลงบนแปรงฟัน แล้วขัดลงบนคราบ จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดล้างออก แค่นี้ผนังก็ใหม่เอี่ยมแล้ว

สังเกตปลวก ก่อนที่จะโดนยึดบ้าน!!

ปลวกเป็นสัตว์ตัวเล็กๆ แต่พิษสงร้ายแรง ยิ่งต่อบ้านเราแล้วพวกมันคือศัตรูลำดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ ปลวกเป็นสัตว์ที่กินทุกอย่างที่ทำจากไม้เพราะมีส่วนประกอบของเซลลูโลส และจะเลือกกินส่วนที่อ่อนที่สุดก่อน ดังนั้นก่อนที่มันจะเข้ายึดบ้านเรา เราควรหาทางแก้ไขและกำจัดมันซะก่อน

1. ขอบประตู
วิธีการง่ายๆ แต่ต้องอาศัยความช่างสังเกตุและความละเอียดอ่อน คือต้องใช้ไฟฉายและไขควง ตรวจสอบตามขอบประตู หน้าต่าง ขอบบัว และรอยแตกตามผนัง หากพบดินสีน้ำตาลดำลองใช้ไขควงเขี่ยดู หากพบตัวปลวกนั่นแสดงว่าพวกมันเริ่มโจมตีได้สักระยะแล้ว

2. พื้น
วิธีสังเกตง่ายๆ คือดูว่าพื้นมีผงคล้ายๆเม็ดทรายสีน้ำตาลดำหรือไม่ ถ้าพบแล้วลองใช้ไม้เคาะดู หากเป็นพื้นปาร์เก้ จะได้ยินเสียงผิดปกติ ฟังดูกลวงๆ เพราะพื้นด้านล่างเป็นโพรงแล้ว

3. เพดาน
ฝ้าเพดานเป็นอีกที่ที่ปลวกโปรดปราน โดยปกติแล้วฝ้าเพดานจะมีสีขาวและเป็นแผ่นเรียบ หากสังเกตุว่าเริ่มมีรอยและดูไม่สม่ำเสมอ นั่นอาจเป็นพื้นที่รุกรานจากปลวกก็เป็นได้

กำจัดปลวกอย่างไรให้ได้ผล
วิธีการกำจัดปลวกนั้นมีอยู่สองวิธี คือ ทำด้วยตัวเอง กับการใช้บริการ ซึ่งการทำด้วยตัวเองเราสามารถหาซื้อน้ำยาหรือผงกำจัดปลวกมาทำลายลังของมันเองได้ แต่ปัญหาส่วนใหญ่คือกำจัดเท่าไหร่ก็ไม่หมดซะที

วิธีที่สองคือการเรียกใช้บริการ ซึ่งปัจจุบันมีมากมายให้เลือก แต่ถ้าอาการที่บ้านพบปลวกรุกรานอย่างหนัก เราขอแนะนำให้ใช้บริการที่มีมาตรฐาน แม้จะมีราคาสูงแต่สามารถจำจัดให้หมดได้และมีการรับประกันอีกด้วย

กำจัดเชื้อรา บน…หมอน

เครื่องนอนนั้นอาจจะเป็นที่ซุกซ่อนของฝุ่นและไรซึ่งเป็นสาเหตุทำให้บั่นทอนสุขภาพของคุณได้ และการทำความสะอาดหมอนและผ้านวมที่ดีที่สุดก็คือการนำไปซักนั่นเอง

วิธีกำจัดคราบเหลืองและเชื้อราบนหมอน ด้วยเครื่องซักผ้า!
1. วิธีซักหมอนมีคราบเหลือง คราบเหลืองบนหมอนกำจัดได้ไม่ยาก ด้วยการนำหมอนลงไปแช่น้ำร้อนในถังซักผ้า แล้วใส่ผงซักฟอก 1 ถ้วยตวง ผงล้างจาน 1 ถ้วยตวง และผงบอแรกซ์ อีก ½ ถ้วยตวงลงไป แช่ต่ออีก 30 นาที แล้วค่อยเปิดระบบซักตามปกติ ก่อนจะปั่นแห้งและอบแห้งให้นำลูกเทนนิส 2 ลูกใส่ลงในถังซัก แล้วปั่นต่อจนกว่าจะเสร็จเรียบร้อย คราบเหลือง ๆ ก็จะหายไป

2. วิธีซักหมอนใหม่ นำหมอน 2 ใบใส่ลงไปในถังซัก แล้วใส่สบู่ซักผ้าขูดฝอย 1 ถ้วยตวงลงในช่องใส่ผงซักฟอกพร้อม ๆ กับสารฟอกขาว ½ ถ้วยตวง และเบกกิ้งโซดา ½ ถ้วยตวง เทน้ำร้อนตามลงไป จากนั้นแช่หมอนทิ้งไว้ 20 นาที ใส่ลูกเทนนิสที่ห่อด้วยถุงเท้าสะอาด ๆ ลงในถัง ตามด้วยน้ำมันหอมระเหย 3-5 หยด แล้วค่อยเปิดโหมดปั่น เมื่อปั่นและอบแห้งเรียบร้อยแล้ว หมอนก็จะกลับมาสะอาดเหมือนเดิม

3. วิธีซักหมอนให้ขาวสะอาด สำหรับวิธีนี้เพียงแค่นำน้ำยาล้างจาน 1 ถ้วยตวง มาผสมกับโซดาซักผ้า ¾ ถ้วยตวง น้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวง และผงซักฟอกที่ใช้ประจำอีก 3 ช้อนโต๊ะ จากนั้นเติมน้ำร้อนประมาณ 3 ถ้วยตวงลงไป แล้วคนให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ต่อมานำหมอนใส่ลงในถังซักผ้าและตามด้วยส่วนผสมที่เตรียมไว้ เปิดน้ำร้อนและซักตามปกติ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

4. วิธีซักหมอนขึ้นรา การกำจัดเชื้อราบนหมอนทำได้โดยนำหมอนมาแช่น้ำร้อนในถังซัก แล้วเติมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide) 1 ถ้วยตวง และน้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวงลงในถังซักโดยตรง แช่ทิ้งไว้สักพัก จากนั้นเทเบกกิ้งลงช่องผงซักฟอก (ถ้าเป็นเครื่องซักผ้าฝากหน้าใช้ ¼ ถ้วยตวง สำหรับเครื่องฝาบนใช้ ½ ถ้วยตวง) เพิ่มน้ำส้มสายชูลงไปในช่องผงซักฟอกอีก ½ ถ้วยตวง และหยดน้ำมันหอมระเหย 2-3 แล้วให้เครื่องซักทำความสะอาดและปั่นแห้งตามปกติ หมอนก็จะกลับมาสะอาดน่าหนุน ไม่มีเชื้อราที่น่ากลัวอีกต่อไป

5. วิธีซักหมอนด้วยเครื่องซักผ้าฝาหน้า สำหรับการซักหมอนด้วยเครื่องซักผ้าฝาหน้า ให้ผสมโซดาซักผ้า 1 ถ้วยตวง กับผงล้างจาน 1 ถ้วยตวง และผงบอกแรกซ์ ½ ถ้วยตวง จากนั้นตวงส่วนผสมประมาณ ¼ ถ้วยตวง ใส่ในช่องผงซักฟอก ตามด้วยสารฟอกขาวอีก ¼ ถ้วยตวง แล้วนำหมอน 2 ใบใส่ในถังซักเพื่อถ่วงน้ำหนักให้บาลานซ์กัน เปิดระบบน้ำร้อนและปั่นให้นานหน่อย ก่อนปั่นแห้งและอบแห้งให้นำลูกเทนนิสไปใส่ในถังซัก 2 ลูก เพื่อช่วยรักษารูปทรงของหมอนและทำให้หมอนแห้งเร็วกว่าการปั่นแบบธรรมดา

ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook

เฟอร์นิเจอร์ขึ้นรา แก้ได้ไม่ยาก

ช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ ฝนกำลังจะหายไปแต่ยังทิ้งปัญหาคาใจให้เราอยู่นั่นคือ เฟอร์นิเจอร์ขึ้นรา เชื้อราที่ขึ้นตามโต๊ะ ตู้ เตียง อันเกิดมาจากความชื้น และถ้าเราสูดดม หรือสัมผัสมันมากๆจะก่อให้เกิดโรคภัยตามมา

เรามีเคล็ดไม่ลับง่ายๆ มาให้ลองทำกัน ไม่ว่าจะเฟอร์นิเจอร์ไม้ หนัง หรือเฟอร์นิเจอร์ผ้า

1.เชื้อราบน เฟอร์นิเจอร์ไม้  เฟอร์นิเจอร์ไม้จริง วิธีแก้ไขคือใช้ผ้าชุบน้ำบิดให้หมาดๆ เช็ดทำความสะอาดหรือใช้ผ้าชุบแอลกอฮอล์เช็ดก็ได้ นอกจากนี้ ถ้าคราบเชื้อรามีมากและฝังลึก เราสามารถใช้กระดาษทรายขัดผิวไม้ส่วนที่เป็นเชื้อราออก  ขัดหยาบก่อนค่อยขัดละเอียดให้เฟอร์นิเจอร์เรียบเนียน แล้วเช็ดทำความสะอาดก่อนใช้น้ำยาเคลือบผิวไม้ทาทับ  (แลคเกอร์ ทีคออยล์) เพื่อป้องกันการเกิดของเชื้อรา เฟอร์นิเจอร์ไม้ปิดผิว วิธีแก้ไขคือใช้ผ้าชุบน้ำบิดให้หมาดๆ เช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าแห้ง หลังจากนั้นใช้แลคเกอร์ทาให้ทั่วเพื่อป้องกันไม่ให้อากาศชื้นสัมผัสกับไม้

2.เชื้อราบน เฟอร์นิเจอร์หนัง สำหรับการกำจัดเชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์ประเภทเครื่องหนังนั้นมีวิธีแก้ไขโดย ใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูเจือจาง (ใส่กระบอกฉีดเพื่อความสะดวก)  ฉีดพรมบนจุดที่เป็นเชื้อรา และเช็ดถูอย่างระวังอย่าให้ฟุ้ง หลังจากนั้นเช็ดทำความสะอาดแล้วเคลือบหนังด้วยน้ำยาบำรุงเครื่องหนัง

3.เชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ประเภท ผ้า ใช้วิธีการต้มน้ำร้อนเดือดเพื่อฆ่าเชื้อราและน้ำไปตากแดดจัดๆ  ถ้าหากเชื้อราขึ้นเป็นบางจุดให้นำผ้าบริเวณที่เป็นราจุ่มแช่น้ำด่างทับทิมไว้ 5 นาทีแล้วค่อยนำไปซักและตากแดด

 

TIPS

– ก่อนจะทำความสะอาดอย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยและถุงมือยางเพื่อป้องกันด้วยนะคะ

– พยายามเปิดประตู หน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ให้แดดส่องเข้าถึงเป็นประจำเพียงเท่านี้เพียงเท่านี้ก็โบกมือลาเชื้อรากันได้เลย

ขอบคุณข้อมูลจาก baanlaesuan.com

5 วิธีลอกเทปกาวออกจากผนัง สะอาด ไม่เหลือคราบ

เคยไหม พยายามลอกกาวสองหน้าออกจากผนัง โต๊ะ เก้าอี้ เท่าไรก็ไม่ยอมออก หรือหากลอกออกก็ยังทิ้งคราบกาวเหนียว ติดเต็มไปหมด ปัญหานี้แก้ไขง่ายๆด้วย 5 วิธีนี้

  1. ไดร์เป่าผม
    เทปกาวสองหน้าที่ติดแน่นทนทาน บอกได้เลยว่าแกะออกง่ายนิดเดียว โดยเปิดไดร์เป่าผมไปที่ความร้อนระดับปานกลางจ่อไปที่เทปกาวและถือให้ห่างจากผนัง 2-3 นิ้ว หรือจนกว่าเทปกาวจะอ่อนตัว จากนั้นใช้ปลายมีดหรือของแหลมเขี่ยขอบเทปกาวด้านใดด้านหนึ่งออกมา แล้วค่อย ๆ ใช้มือดึงเทปกาวออกอย่างช้า ๆ เพื่อป้องกันสีผนังลอก แต่หากทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้ว ยังมีร่องรอยคราบกาวหลงเหลืออยู่ ให้ใช้ผ้าชุบรับบิ้งแอลกอฮอล์เช็ดจนกระทั่งผนังกลับมาสะอาดอีกครั้ง
  2. น้ำมัน
    น้ำมันที่ว่านี้จะเป็นน้ำมันทำอาหารหรือน้ำมันทำความสะอาดก็ใช้ได้หมด เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันพืช หรือน้ำมันอเนกประสงค์ สำหรับขั้นตอนนั้นก็สั้น ๆ เริ่มจากเทน้ำมันลงไปบนคราบเทปกาวสองหน้า แล้วใช้ฟองน้ำค่อย ๆ ถู กระทั่งคราบสกปรกออกจนหมด ซึ่งวิธีนี้ใช้กับพื้นผิวพลาสติกและกระจกจะเห็นผลมากกว่า
  3. น้ำยาล้างจาน
    อีกหนึ่งน้ำยาสารพัดประโยชน์ ที่ช่วยทำความสะอาดคราบเทปกาวบนผนังได้ด้วย แต่ก่อนจะใช้ให้นำไปผสมกับน้ำส้มสายชูและน้ำร้อน แล้วคนให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อน จากนั้นใช้ผ้าเนื้อหยาบชุบน้ำยาที่ผสมไว้ทาลงไปบนเทปกาวจนชุ่ม ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเทปกาวค่อย ๆ หลุดออกมาจากผนังเอง อาจจะใช้เวลานานสักนิด แต่รับรองว่าไม่ทำลายพื้นผิวแน่นอน
  4. เบกกิ้งโซดา
    ผงสีขาวที่ต่อยอดได้หลายอย่างจริง ๆ นอกจากจะเป็นทั้งส่วนผสมขนมและผงทำความสะอาดบ้านแล้ว ยังผสมเป็นสครับขัดคราบเทปกาวออกจากผนังได้อีกด้วย โดยนำไปผสมกับน้ำมันสำหรับทำอาหาร แล้วคนให้เข้ากันจนได้สครับเข้มข้น ก่อนจะทาลงไปบนเทปสองหน้า ทิ้งไว้สักครู่ แล้วค่อยขัดออกเบา ๆ ด้วยฟองน้ำ เพื่อไม่ให้สีทาผนังหลุดล่อนออกมา
  5. น้ำยาปรับผ้านุ่ม
    ผสมน้ำยาปรับผ้านุ่ม 1 ส่วน ต่อน้ำเปล่า 2 ส่วน เทใส่ภาชนะแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นทาลงไปบนเทปกาวหรือบริเวณที่มีคราบ โดยค่อย ๆ ทำความสะอาดทีละจุดเริ่มจากจุดเล็ก ๆ จะขัดออกง่ายกว่า ทิ้งไว้สักพักแล้วใช้ผ้าชุบน้ำขัด และเช็ดซ้ำด้วยฟองน้ำชุบน้ำเพื่อล้างน้ำยาปรับผ้านุ่มออก เพราะหากทิ้งไว้นานหรือไม่ล้างจะทำให้เกิดรอยด่างจาง ๆ บนผนัง

 

ขอบคุณข้อมูลจากและภาพ : kapook.com

เคล็ดลับง่ายๆ กำจัดกลิ่นอับในตู้เสื้อผ้า

หลายคนคงจะไม่เคยทำความสะอาดตู้เสื้อผ้าตั้งแต่ซื้อมาเลยใช่ไหมคะ เมื่อความชื้นรอบๆ ตู้เสื้อผ้าที่มาสะสมจนเกิดเป็นเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียหรือนำเสื้อผ้าที่ยังไม่แห้งสนิทใส่ตู้ จนเกิดกลิ่นเหม็นอับสร้างความรบกวนให้กับเพื่อนๆ ไม่ใช่น้อย แอดมินมีวิธีขจัดกลิ่นเหล่านั้นมากฝากค่ะ

วิธีที่1 : วางแผ่นขนมปังขาวลงไปในชามแล้วเทน้ำส้มสายชูลงไปแล้วนำมาวางไว้ในตู้เสื้อผ้า ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง หากยังมีกลิ่นอยู่ควรทำซ้ำอีกครั้ง

วิธีที่2 : นำเสื้อผ้าออกจากตู้ให้หมด โดยนำผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดทุกซอกทุกมุมของตู้และเปิดทิ้งไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง เพื่อระบายอากาศให้ถ่ายเทได้สะดวกจะได้ไม่อับชื้น

วิธีที่3 : นำสบู่หอมมาวางตามมุมต่างๆ ของตู้เสื้อผ้า

วิธีที่4 : ผ้าที่มีกลิ่นอับเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดกลิ่นอับในตู้เสื้อผ้าได้ เวลานำผ้าไปซักให้ผสมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง ลงไปกับน้ำยาซักผ้า แต่ถ้าเป็นผ้าขาวให้ผสมน้ำยาฟอกขาวลงไปแทนน้ำส้มสายชู สำหรับผ้าหนา เช่น ผ้าเช็ดตัว หรือผ้ายีนส์ ต้องนำผ้าเหล่านี้ไปแช่น้ำที่ผสมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวงต่อน้ำ 1 แกลลอน หรือน้ำยาฟอกขาว สัก 2-3 ชั่วโมงก่อนนำไปซักตามปกติแล้วใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นหอมๆ นำผ้าไปตากในที่มีแดดหรืออย่างน้อยๆ ก็ตากในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกเพื่อที่จะได้ไม่มีกลิ่นอับชื้นอีก

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : แม่บ้าน

วิธีแก้ไขพื้นไม้ปาร์เก้ที่เป็นคลื่น ได้ง่ายๆ

หลายๆบ้าน ที่ตัดสินใจจะตกแต่งพื้นผิวในส่วนต่าง ๆ ของบ้านด้วยการปูไม้ปาร์เก้นั้น อาจจะเคยได้ยินปัญหาของการปูพื้นไม้ปาร์เก้แล้วผลงานที่ได้รับคือพื้นผิวที่เป็นคลื่นไม่ชวนมองอย่างเห็นได้ชัด ลองมาดูวิธีแก้กัน

สาเหตุส่วนหนึ่งของการที่เรา ปูพื้นปาร์เก้ แล้วเกิดอาการ พื้นเป็นคลื่น ก็เนื่องมาจากพื้นปูนที่เราทำการปูปาร์เก้ทับลงไปไม่ราบเรียบนั่นเอง เนื่องจากการทำพื้นปูนนั้น ขึ้นอยู่กับฝีมือช่างที่ทำการปรับระดับและทำการปาดปูนด้วย ว่ามีฝีมือและความแม่นยำในการปรับหน้าพื้นผิวแค่ไหน และหากพื้นปูนไม่ราบเรียบแล้ว เราจะทำการปูพื้นด้วยไม้ปาร์เก้ได้หรือไม่ ?

คำตอบก็คือได้ แต่อาจจะต้องใช้เทคนิคและวัสดุเพิ่มเติมกันนิดหน่อย นั่นก็คือ การใช้ไม้อัดปูลงไปบนพื้นปูนเสียชั้นหนึ่งก่อน

การปูไม้อัดลงไปก่อนการ ปูพื้นไม้่ปาร์เก้ นั้น ให้ประโยชน์หลายประการทีเดียวค่ะ ประการแรกก็คือ ไม้อัดจะทำการปรับสภาพพื้นปูนให้ราบเรียบเสมอกันยิ่งขึ้น ขจัดปัญหาพื้นผิวขรุขระ หรือเป็นแอ่งเล็กน้อย ซึ่งก็จะทำให้การปูปาร์เก้ออกมาเรียบร้อยสวยงาม ผิวปาร์เก้สัมผัสกับพื้นไม้ 100 เปอร์เซนต์ การยึดเกาะระหว่างพื้นผิวดี โดยเฉพาะเมื่อเราต้องปูพื้นไม้ปาร์เก้ในบริเวณห้องที่กว้าง ๆ การใช้ไม้อัดปูปรับพื้นที่ไว้ก่อน ก็จะช่วยหลีกเลี่ยงอาการผิวปาร์เก้เป็นคลื่นได้เป็นอย่างดี

ที่สำคัญก็คือ ก่อนการปูไม้อัด เราควรทายาป้องกันปลวกไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือคู่มือต่อเติมบ้าน อาคาร และการบำรุงรักษา, baansanruk.blogspot.com

วิธีขจัดคราบบนกระเบื้องในห้องน้ำ

กระเบื้องภายในห้องน้ำมีคราบขาวเป็นรอยด่าง ถ้ากระเบื้องเป็นสีเข้มหรือผิวไม่เรียบก็จะยิ่งเห็นคราบสีขาวชัด

วิธีกำจัดคราบ

1. นำเบกกิ้งโซดามาผสมน้ำส้มสายชูกลั่น 4 : 1 หรือจะใช้น้ำยาขัดห้องน้ำที่อ่านจากฉลากว่ามีส่วนผสมของกรดเกลือ

2. เมื่อได้น้ำยาขัดห้องน้ำแล้ว ให้อุดช่องระบายน้ำให้สนิทก่อน แล้วเทน้ำยาขัดห้องน้ำในบริเวณที่เป็นคราบทิ้งไว้ 1 -2 ชั่วโมง

3. จากนั้นให้ใส่ถุงมือและผ้าปิดปากก่อนจะเทน้ำเปล่าลงไปที่พื้นห้องน้ำ แล้วขัดตามปกติ ถ้าจุดไหนคราบฝังแน่นมาก ก็ให้เทลงเฉพาะจุด ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วค่อยขัดออก
รับรองห้องน้ำคุณใส ใหม่วิ๊งเหมือนใหม่แน่นอน!

ขอบคุณข้อมูลจาก : estopolis
ภาพจาก : pinterest