สังเกตปลวก ก่อนที่จะโดนยึดบ้าน!!

ปลวกเป็นสัตว์ตัวเล็กๆ แต่พิษสงร้ายแรง ยิ่งต่อบ้านเราแล้วพวกมันคือศัตรูลำดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ ปลวกเป็นสัตว์ที่กินทุกอย่างที่ทำจากไม้เพราะมีส่วนประกอบของเซลลูโลส และจะเลือกกินส่วนที่อ่อนที่สุดก่อน ดังนั้นก่อนที่มันจะเข้ายึดบ้านเรา เราควรหาทางแก้ไขและกำจัดมันซะก่อน

1. ขอบประตู
วิธีการง่ายๆ แต่ต้องอาศัยความช่างสังเกตุและความละเอียดอ่อน คือต้องใช้ไฟฉายและไขควง ตรวจสอบตามขอบประตู หน้าต่าง ขอบบัว และรอยแตกตามผนัง หากพบดินสีน้ำตาลดำลองใช้ไขควงเขี่ยดู หากพบตัวปลวกนั่นแสดงว่าพวกมันเริ่มโจมตีได้สักระยะแล้ว

2. พื้น
วิธีสังเกตง่ายๆ คือดูว่าพื้นมีผงคล้ายๆเม็ดทรายสีน้ำตาลดำหรือไม่ ถ้าพบแล้วลองใช้ไม้เคาะดู หากเป็นพื้นปาร์เก้ จะได้ยินเสียงผิดปกติ ฟังดูกลวงๆ เพราะพื้นด้านล่างเป็นโพรงแล้ว

3. เพดาน
ฝ้าเพดานเป็นอีกที่ที่ปลวกโปรดปราน โดยปกติแล้วฝ้าเพดานจะมีสีขาวและเป็นแผ่นเรียบ หากสังเกตุว่าเริ่มมีรอยและดูไม่สม่ำเสมอ นั่นอาจเป็นพื้นที่รุกรานจากปลวกก็เป็นได้

กำจัดปลวกอย่างไรให้ได้ผล
วิธีการกำจัดปลวกนั้นมีอยู่สองวิธี คือ ทำด้วยตัวเอง กับการใช้บริการ ซึ่งการทำด้วยตัวเองเราสามารถหาซื้อน้ำยาหรือผงกำจัดปลวกมาทำลายลังของมันเองได้ แต่ปัญหาส่วนใหญ่คือกำจัดเท่าไหร่ก็ไม่หมดซะที

วิธีที่สองคือการเรียกใช้บริการ ซึ่งปัจจุบันมีมากมายให้เลือก แต่ถ้าอาการที่บ้านพบปลวกรุกรานอย่างหนัก เราขอแนะนำให้ใช้บริการที่มีมาตรฐาน แม้จะมีราคาสูงแต่สามารถจำจัดให้หมดได้และมีการรับประกันอีกด้วย

กำจัดเชื้อรา บน…หมอน

เครื่องนอนนั้นอาจจะเป็นที่ซุกซ่อนของฝุ่นและไรซึ่งเป็นสาเหตุทำให้บั่นทอนสุขภาพของคุณได้ และการทำความสะอาดหมอนและผ้านวมที่ดีที่สุดก็คือการนำไปซักนั่นเอง

วิธีกำจัดคราบเหลืองและเชื้อราบนหมอน ด้วยเครื่องซักผ้า!
1. วิธีซักหมอนมีคราบเหลือง คราบเหลืองบนหมอนกำจัดได้ไม่ยาก ด้วยการนำหมอนลงไปแช่น้ำร้อนในถังซักผ้า แล้วใส่ผงซักฟอก 1 ถ้วยตวง ผงล้างจาน 1 ถ้วยตวง และผงบอแรกซ์ อีก ½ ถ้วยตวงลงไป แช่ต่ออีก 30 นาที แล้วค่อยเปิดระบบซักตามปกติ ก่อนจะปั่นแห้งและอบแห้งให้นำลูกเทนนิส 2 ลูกใส่ลงในถังซัก แล้วปั่นต่อจนกว่าจะเสร็จเรียบร้อย คราบเหลือง ๆ ก็จะหายไป

2. วิธีซักหมอนใหม่ นำหมอน 2 ใบใส่ลงไปในถังซัก แล้วใส่สบู่ซักผ้าขูดฝอย 1 ถ้วยตวงลงในช่องใส่ผงซักฟอกพร้อม ๆ กับสารฟอกขาว ½ ถ้วยตวง และเบกกิ้งโซดา ½ ถ้วยตวง เทน้ำร้อนตามลงไป จากนั้นแช่หมอนทิ้งไว้ 20 นาที ใส่ลูกเทนนิสที่ห่อด้วยถุงเท้าสะอาด ๆ ลงในถัง ตามด้วยน้ำมันหอมระเหย 3-5 หยด แล้วค่อยเปิดโหมดปั่น เมื่อปั่นและอบแห้งเรียบร้อยแล้ว หมอนก็จะกลับมาสะอาดเหมือนเดิม

3. วิธีซักหมอนให้ขาวสะอาด สำหรับวิธีนี้เพียงแค่นำน้ำยาล้างจาน 1 ถ้วยตวง มาผสมกับโซดาซักผ้า ¾ ถ้วยตวง น้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวง และผงซักฟอกที่ใช้ประจำอีก 3 ช้อนโต๊ะ จากนั้นเติมน้ำร้อนประมาณ 3 ถ้วยตวงลงไป แล้วคนให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ต่อมานำหมอนใส่ลงในถังซักผ้าและตามด้วยส่วนผสมที่เตรียมไว้ เปิดน้ำร้อนและซักตามปกติ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

4. วิธีซักหมอนขึ้นรา การกำจัดเชื้อราบนหมอนทำได้โดยนำหมอนมาแช่น้ำร้อนในถังซัก แล้วเติมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide) 1 ถ้วยตวง และน้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวงลงในถังซักโดยตรง แช่ทิ้งไว้สักพัก จากนั้นเทเบกกิ้งลงช่องผงซักฟอก (ถ้าเป็นเครื่องซักผ้าฝากหน้าใช้ ¼ ถ้วยตวง สำหรับเครื่องฝาบนใช้ ½ ถ้วยตวง) เพิ่มน้ำส้มสายชูลงไปในช่องผงซักฟอกอีก ½ ถ้วยตวง และหยดน้ำมันหอมระเหย 2-3 แล้วให้เครื่องซักทำความสะอาดและปั่นแห้งตามปกติ หมอนก็จะกลับมาสะอาดน่าหนุน ไม่มีเชื้อราที่น่ากลัวอีกต่อไป

5. วิธีซักหมอนด้วยเครื่องซักผ้าฝาหน้า สำหรับการซักหมอนด้วยเครื่องซักผ้าฝาหน้า ให้ผสมโซดาซักผ้า 1 ถ้วยตวง กับผงล้างจาน 1 ถ้วยตวง และผงบอกแรกซ์ ½ ถ้วยตวง จากนั้นตวงส่วนผสมประมาณ ¼ ถ้วยตวง ใส่ในช่องผงซักฟอก ตามด้วยสารฟอกขาวอีก ¼ ถ้วยตวง แล้วนำหมอน 2 ใบใส่ในถังซักเพื่อถ่วงน้ำหนักให้บาลานซ์กัน เปิดระบบน้ำร้อนและปั่นให้นานหน่อย ก่อนปั่นแห้งและอบแห้งให้นำลูกเทนนิสไปใส่ในถังซัก 2 ลูก เพื่อช่วยรักษารูปทรงของหมอนและทำให้หมอนแห้งเร็วกว่าการปั่นแบบธรรมดา

ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook

เฟอร์นิเจอร์ขึ้นรา แก้ได้ไม่ยาก

ช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ ฝนกำลังจะหายไปแต่ยังทิ้งปัญหาคาใจให้เราอยู่นั่นคือ เฟอร์นิเจอร์ขึ้นรา เชื้อราที่ขึ้นตามโต๊ะ ตู้ เตียง อันเกิดมาจากความชื้น และถ้าเราสูดดม หรือสัมผัสมันมากๆจะก่อให้เกิดโรคภัยตามมา

เรามีเคล็ดไม่ลับง่ายๆ มาให้ลองทำกัน ไม่ว่าจะเฟอร์นิเจอร์ไม้ หนัง หรือเฟอร์นิเจอร์ผ้า

1.เชื้อราบน เฟอร์นิเจอร์ไม้  เฟอร์นิเจอร์ไม้จริง วิธีแก้ไขคือใช้ผ้าชุบน้ำบิดให้หมาดๆ เช็ดทำความสะอาดหรือใช้ผ้าชุบแอลกอฮอล์เช็ดก็ได้ นอกจากนี้ ถ้าคราบเชื้อรามีมากและฝังลึก เราสามารถใช้กระดาษทรายขัดผิวไม้ส่วนที่เป็นเชื้อราออก  ขัดหยาบก่อนค่อยขัดละเอียดให้เฟอร์นิเจอร์เรียบเนียน แล้วเช็ดทำความสะอาดก่อนใช้น้ำยาเคลือบผิวไม้ทาทับ  (แลคเกอร์ ทีคออยล์) เพื่อป้องกันการเกิดของเชื้อรา เฟอร์นิเจอร์ไม้ปิดผิว วิธีแก้ไขคือใช้ผ้าชุบน้ำบิดให้หมาดๆ เช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าแห้ง หลังจากนั้นใช้แลคเกอร์ทาให้ทั่วเพื่อป้องกันไม่ให้อากาศชื้นสัมผัสกับไม้

2.เชื้อราบน เฟอร์นิเจอร์หนัง สำหรับการกำจัดเชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์ประเภทเครื่องหนังนั้นมีวิธีแก้ไขโดย ใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูเจือจาง (ใส่กระบอกฉีดเพื่อความสะดวก)  ฉีดพรมบนจุดที่เป็นเชื้อรา และเช็ดถูอย่างระวังอย่าให้ฟุ้ง หลังจากนั้นเช็ดทำความสะอาดแล้วเคลือบหนังด้วยน้ำยาบำรุงเครื่องหนัง

3.เชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ประเภท ผ้า ใช้วิธีการต้มน้ำร้อนเดือดเพื่อฆ่าเชื้อราและน้ำไปตากแดดจัดๆ  ถ้าหากเชื้อราขึ้นเป็นบางจุดให้นำผ้าบริเวณที่เป็นราจุ่มแช่น้ำด่างทับทิมไว้ 5 นาทีแล้วค่อยนำไปซักและตากแดด

 

TIPS

– ก่อนจะทำความสะอาดอย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยและถุงมือยางเพื่อป้องกันด้วยนะคะ

– พยายามเปิดประตู หน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ให้แดดส่องเข้าถึงเป็นประจำเพียงเท่านี้เพียงเท่านี้ก็โบกมือลาเชื้อรากันได้เลย

ขอบคุณข้อมูลจาก baanlaesuan.com

5 วิธีลอกเทปกาวออกจากผนัง สะอาด ไม่เหลือคราบ

เคยไหม พยายามลอกกาวสองหน้าออกจากผนัง โต๊ะ เก้าอี้ เท่าไรก็ไม่ยอมออก หรือหากลอกออกก็ยังทิ้งคราบกาวเหนียว ติดเต็มไปหมด ปัญหานี้แก้ไขง่ายๆด้วย 5 วิธีนี้

  1. ไดร์เป่าผม
    เทปกาวสองหน้าที่ติดแน่นทนทาน บอกได้เลยว่าแกะออกง่ายนิดเดียว โดยเปิดไดร์เป่าผมไปที่ความร้อนระดับปานกลางจ่อไปที่เทปกาวและถือให้ห่างจากผนัง 2-3 นิ้ว หรือจนกว่าเทปกาวจะอ่อนตัว จากนั้นใช้ปลายมีดหรือของแหลมเขี่ยขอบเทปกาวด้านใดด้านหนึ่งออกมา แล้วค่อย ๆ ใช้มือดึงเทปกาวออกอย่างช้า ๆ เพื่อป้องกันสีผนังลอก แต่หากทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้ว ยังมีร่องรอยคราบกาวหลงเหลืออยู่ ให้ใช้ผ้าชุบรับบิ้งแอลกอฮอล์เช็ดจนกระทั่งผนังกลับมาสะอาดอีกครั้ง
  2. น้ำมัน
    น้ำมันที่ว่านี้จะเป็นน้ำมันทำอาหารหรือน้ำมันทำความสะอาดก็ใช้ได้หมด เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันพืช หรือน้ำมันอเนกประสงค์ สำหรับขั้นตอนนั้นก็สั้น ๆ เริ่มจากเทน้ำมันลงไปบนคราบเทปกาวสองหน้า แล้วใช้ฟองน้ำค่อย ๆ ถู กระทั่งคราบสกปรกออกจนหมด ซึ่งวิธีนี้ใช้กับพื้นผิวพลาสติกและกระจกจะเห็นผลมากกว่า
  3. น้ำยาล้างจาน
    อีกหนึ่งน้ำยาสารพัดประโยชน์ ที่ช่วยทำความสะอาดคราบเทปกาวบนผนังได้ด้วย แต่ก่อนจะใช้ให้นำไปผสมกับน้ำส้มสายชูและน้ำร้อน แล้วคนให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อน จากนั้นใช้ผ้าเนื้อหยาบชุบน้ำยาที่ผสมไว้ทาลงไปบนเทปกาวจนชุ่ม ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเทปกาวค่อย ๆ หลุดออกมาจากผนังเอง อาจจะใช้เวลานานสักนิด แต่รับรองว่าไม่ทำลายพื้นผิวแน่นอน
  4. เบกกิ้งโซดา
    ผงสีขาวที่ต่อยอดได้หลายอย่างจริง ๆ นอกจากจะเป็นทั้งส่วนผสมขนมและผงทำความสะอาดบ้านแล้ว ยังผสมเป็นสครับขัดคราบเทปกาวออกจากผนังได้อีกด้วย โดยนำไปผสมกับน้ำมันสำหรับทำอาหาร แล้วคนให้เข้ากันจนได้สครับเข้มข้น ก่อนจะทาลงไปบนเทปสองหน้า ทิ้งไว้สักครู่ แล้วค่อยขัดออกเบา ๆ ด้วยฟองน้ำ เพื่อไม่ให้สีทาผนังหลุดล่อนออกมา
  5. น้ำยาปรับผ้านุ่ม
    ผสมน้ำยาปรับผ้านุ่ม 1 ส่วน ต่อน้ำเปล่า 2 ส่วน เทใส่ภาชนะแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นทาลงไปบนเทปกาวหรือบริเวณที่มีคราบ โดยค่อย ๆ ทำความสะอาดทีละจุดเริ่มจากจุดเล็ก ๆ จะขัดออกง่ายกว่า ทิ้งไว้สักพักแล้วใช้ผ้าชุบน้ำขัด และเช็ดซ้ำด้วยฟองน้ำชุบน้ำเพื่อล้างน้ำยาปรับผ้านุ่มออก เพราะหากทิ้งไว้นานหรือไม่ล้างจะทำให้เกิดรอยด่างจาง ๆ บนผนัง

 

ขอบคุณข้อมูลจากและภาพ : kapook.com

เคล็ดลับง่ายๆ กำจัดกลิ่นอับในตู้เสื้อผ้า

หลายคนคงจะไม่เคยทำความสะอาดตู้เสื้อผ้าตั้งแต่ซื้อมาเลยใช่ไหมคะ เมื่อความชื้นรอบๆ ตู้เสื้อผ้าที่มาสะสมจนเกิดเป็นเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียหรือนำเสื้อผ้าที่ยังไม่แห้งสนิทใส่ตู้ จนเกิดกลิ่นเหม็นอับสร้างความรบกวนให้กับเพื่อนๆ ไม่ใช่น้อย แอดมินมีวิธีขจัดกลิ่นเหล่านั้นมากฝากค่ะ

วิธีที่1 : วางแผ่นขนมปังขาวลงไปในชามแล้วเทน้ำส้มสายชูลงไปแล้วนำมาวางไว้ในตู้เสื้อผ้า ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง หากยังมีกลิ่นอยู่ควรทำซ้ำอีกครั้ง

วิธีที่2 : นำเสื้อผ้าออกจากตู้ให้หมด โดยนำผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดทุกซอกทุกมุมของตู้และเปิดทิ้งไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง เพื่อระบายอากาศให้ถ่ายเทได้สะดวกจะได้ไม่อับชื้น

วิธีที่3 : นำสบู่หอมมาวางตามมุมต่างๆ ของตู้เสื้อผ้า

วิธีที่4 : ผ้าที่มีกลิ่นอับเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดกลิ่นอับในตู้เสื้อผ้าได้ เวลานำผ้าไปซักให้ผสมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง ลงไปกับน้ำยาซักผ้า แต่ถ้าเป็นผ้าขาวให้ผสมน้ำยาฟอกขาวลงไปแทนน้ำส้มสายชู สำหรับผ้าหนา เช่น ผ้าเช็ดตัว หรือผ้ายีนส์ ต้องนำผ้าเหล่านี้ไปแช่น้ำที่ผสมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวงต่อน้ำ 1 แกลลอน หรือน้ำยาฟอกขาว สัก 2-3 ชั่วโมงก่อนนำไปซักตามปกติแล้วใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นหอมๆ นำผ้าไปตากในที่มีแดดหรืออย่างน้อยๆ ก็ตากในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกเพื่อที่จะได้ไม่มีกลิ่นอับชื้นอีก

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : แม่บ้าน

วิธีแก้ไขพื้นไม้ปาร์เก้ที่เป็นคลื่น ได้ง่ายๆ

หลายๆบ้าน ที่ตัดสินใจจะตกแต่งพื้นผิวในส่วนต่าง ๆ ของบ้านด้วยการปูไม้ปาร์เก้นั้น อาจจะเคยได้ยินปัญหาของการปูพื้นไม้ปาร์เก้แล้วผลงานที่ได้รับคือพื้นผิวที่เป็นคลื่นไม่ชวนมองอย่างเห็นได้ชัด ลองมาดูวิธีแก้กัน

สาเหตุส่วนหนึ่งของการที่เรา ปูพื้นปาร์เก้ แล้วเกิดอาการ พื้นเป็นคลื่น ก็เนื่องมาจากพื้นปูนที่เราทำการปูปาร์เก้ทับลงไปไม่ราบเรียบนั่นเอง เนื่องจากการทำพื้นปูนนั้น ขึ้นอยู่กับฝีมือช่างที่ทำการปรับระดับและทำการปาดปูนด้วย ว่ามีฝีมือและความแม่นยำในการปรับหน้าพื้นผิวแค่ไหน และหากพื้นปูนไม่ราบเรียบแล้ว เราจะทำการปูพื้นด้วยไม้ปาร์เก้ได้หรือไม่ ?

คำตอบก็คือได้ แต่อาจจะต้องใช้เทคนิคและวัสดุเพิ่มเติมกันนิดหน่อย นั่นก็คือ การใช้ไม้อัดปูลงไปบนพื้นปูนเสียชั้นหนึ่งก่อน

การปูไม้อัดลงไปก่อนการ ปูพื้นไม้่ปาร์เก้ นั้น ให้ประโยชน์หลายประการทีเดียวค่ะ ประการแรกก็คือ ไม้อัดจะทำการปรับสภาพพื้นปูนให้ราบเรียบเสมอกันยิ่งขึ้น ขจัดปัญหาพื้นผิวขรุขระ หรือเป็นแอ่งเล็กน้อย ซึ่งก็จะทำให้การปูปาร์เก้ออกมาเรียบร้อยสวยงาม ผิวปาร์เก้สัมผัสกับพื้นไม้ 100 เปอร์เซนต์ การยึดเกาะระหว่างพื้นผิวดี โดยเฉพาะเมื่อเราต้องปูพื้นไม้ปาร์เก้ในบริเวณห้องที่กว้าง ๆ การใช้ไม้อัดปูปรับพื้นที่ไว้ก่อน ก็จะช่วยหลีกเลี่ยงอาการผิวปาร์เก้เป็นคลื่นได้เป็นอย่างดี

ที่สำคัญก็คือ ก่อนการปูไม้อัด เราควรทายาป้องกันปลวกไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือคู่มือต่อเติมบ้าน อาคาร และการบำรุงรักษา, baansanruk.blogspot.com

วิธีขจัดคราบบนกระเบื้องในห้องน้ำ

กระเบื้องภายในห้องน้ำมีคราบขาวเป็นรอยด่าง ถ้ากระเบื้องเป็นสีเข้มหรือผิวไม่เรียบก็จะยิ่งเห็นคราบสีขาวชัด

วิธีกำจัดคราบ

1. นำเบกกิ้งโซดามาผสมน้ำส้มสายชูกลั่น 4 : 1 หรือจะใช้น้ำยาขัดห้องน้ำที่อ่านจากฉลากว่ามีส่วนผสมของกรดเกลือ

2. เมื่อได้น้ำยาขัดห้องน้ำแล้ว ให้อุดช่องระบายน้ำให้สนิทก่อน แล้วเทน้ำยาขัดห้องน้ำในบริเวณที่เป็นคราบทิ้งไว้ 1 -2 ชั่วโมง

3. จากนั้นให้ใส่ถุงมือและผ้าปิดปากก่อนจะเทน้ำเปล่าลงไปที่พื้นห้องน้ำ แล้วขัดตามปกติ ถ้าจุดไหนคราบฝังแน่นมาก ก็ให้เทลงเฉพาะจุด ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วค่อยขัดออก
รับรองห้องน้ำคุณใส ใหม่วิ๊งเหมือนใหม่แน่นอน!

ขอบคุณข้อมูลจาก : estopolis
ภาพจาก : pinterest

ซ่อมแซมผนังทาสีในบ้านเก่าให้เหมือนใหม่

บ้านเก่าที่เกิดไม่ทันยุคเทคโนโลยีทันสมัยในเรื่องของสีทนความชื้น มีโอกาสเจอปัญหาสีทาผนังบวมปูดเป็นหย่อมๆ ได้ทุกเมื่อ นานวันเข้าคราบราดำก็โผล่มากวนใจ ไม่น่ามองเลยสักนิด

ที่จริงแล้ว ปัญหานี้มีสาเหตุมาจากความชื้นที่สะสมอยู่ในผนังปูน อาจเป็นเพราะเกิดการรั่วซึมที่จุดใดจุดหนึ่งของบ้าน ผนังอยู่ติดกับพื้นดินซึ่งมีความชื้น หรือการเลือกใช้และการทาสีทาบ้านที่ไม่ได้มาตรฐาน เป็นต้น หย่อมของสีบวมปูดที่ว่าอาจดูใหญ่โต จนทำให้เราท้อใจที่จะซ่อมแซมมัน แต่จริงๆแล้วเรื่องนี้ไม่ยากอย่างที่คิด

 เตรียมเครื่องไม้เครื่องมือ

เกรียง น้ำยาฟอกขาวผสมน้ำอัตราส่วน 1:5 แปรงลวด ถุงมือ กระดาษทราย แปรงทาสี สีรองพื้นปูนเก่า สีทาทับหน้า

 ขั้นตอน

  1. ทำความสะอาดผิวผนัง โดยใช้น้ำสะอาดเช็ดถู (หมายเหตุ ถ้าที่บ้านมีเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง สามารถใช้เพื่อทุ่นแรงได้)
  2. หากมีคราบราดำ หรือตะไคร้น้ำ ให้ใช้แปรงที่มีขนแข็งขัดออก ทาน้ำยาฟอกขาวที่เตรียมไว้ ปล่อยไว้ประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดหลายๆครั้ง ขั้นตอนนี้ควรสวมถุงมือและใช้ผ้าปิดปากและจมูก เพื่อความปลอดภัย
  3. ใช้เกรียงขูดเอาฟิล์มสีทาผนังที่เสื่อมสภาพออกให้หมด แล้วเช็ด ปัด ล้าง จนผนังสะอาดและปราศจากฝุ่นผง
  4. หลังจากทิ้งผนังให้แห้ง ทาน้ำยาป้องกันเชื้อรา ทิ้งผนังให้แห้งสนิท
  5. ทาสีรองพื้นปูนเก่า ทิ้งให้แห้งอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
  6. ทาสีทับหน้า จำนวน 2 เที่ยว แต่ละเที่ยวห่างกันประมาณ 3 ชั่วโมง

ไอเดียหลังซ่อมแซมผนัง

การทาสีใหม่เฉพาะบริเวณที่สีเสื่อมสภาพ คงไม่ค่อยน่ามอง เพราะจะเห็นความต่างของสีเก่าและใหม่ได้อย่างชัดเจน แต่ครั้นจะให้ทำทุกๆ ขั้นตอนข้างบนกับผิวผนังผืนใหญ่ แรงคงหมดเสียก่อนจะได้ทาสีใหม่ เราจึงขอเสนอไอเดียตกแต่งผนัง โดยการติดชิ้นไม้หรือไม้เทียมเพื่อสร้างกรอบให้กับพื้นที่ที่เราทาสีใหม่ เป็นการจำกัดพื้นที่ในการซ่อมสีทาผนัง ทีนี้ก็จะได้ผนังสวยสด แถมเหนื่อยน้อยลงด้วย

ใช้แปรงแข็งขัดคราบราดำ ตะไคร่น้ำ ออกก่อนทาน้ำยาฟอกขาว

ใช้เกรียงขูดสีที่เสื่อมสภาพออก

ทาน้ำยาป้องกันเชื้อรา ทิ้งผนังให้แห้งสนิท

ทาสีรองพื้นปูนเก่า ทิ้งให้แห้ง 6 ชม.

ทาสีทับหน้า จำนวน 2 เที่ยว

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : scgbuildingmaterials.com

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : eaka_puntu

การทำความสะอาดอ่างล้างจาน

อุปกรณ์

1. น้ำยาล้างจาน

2. น้ำส้มสายชูกลั่น

3. เบกกิ้งโซดา

4. เกลือหิน

5. น้ำแข็ง

6. ผ้าสะอาด

7. แปรงสีฟัน

8. ผ้าไนลอนหรือฟองน้ำ

9. กระดาษทิชชู่อเนกประสงค์ (กระดาษทิชชู่แผ่นใหญ่)

 

วิธีทำความสะอาด

1. อันดับแรกเปิดน้ำให้อ่างเปียกทั่วถึงซะก่อน แล้วจึงเอาผงเบกกิ้งโซดาโรยทิ้งเอาไว้สักพัก จนเบกกิ้งโซดาจับตัวเป็นก้อน จากนั้นค่อยเอาน้ำสะอาดล้างออก

2. ต่อมาก็มาทำความสะอาดส่วนอื่น ๆ กันบ้าง ซึ่งสำหรับจุกอ่างล้างจานนั้น คุณสามารถทำความสะอาดได้โดยเอาแปรงสีฟันจุ่มน้ำยาล้างจานหรือผงเบกกิ้งโซดาผสมน้ำ มาขัดรอบ ๆ จุกให้สะอาด และใช้วิธีเดียวกันนี้ขัดรอบ ๆ ก๊อกน้ำด้วย ก่อนจะล้างน้ำออกให้เรียบร้อย

3. หลังจากนั้นก็มองหาผ้าสะอาดมาเช็ดจนแห้ง แล้วเอากระดาษทิชชู่อเนกประสงค์ที่หยดน้ำส้มสายชูกลั่นลงไปแล้ว มาวางคลุมไว้ให้ทั่วอ่าง ทิ้งไว้ราว 20 นาที

4. และเมื่อรอจนครบตามเวลาแล้ว คุณก็สามารถใช้ผ้าไนลอนหรือฟองน้ำซับน้ำยาล้างจานเช็ดอีกครั้ง แล้วจึงล้างน้ำออกให้สะอาดได้เลย

5. สุดท้ายเพื่อกันปัญหาท่อตันไว้แต่เนิ่น ๆ คุณก็สามารถกำจัดเศษอาหารติดค้างในท่อได้โดยการใส่น้ำแข็งลงไป ตามด้วยเกลือหินประมาณ 1 ถ้วย เพื่อให้มันไปผสมกันและขจัดคราบมันรวมทั้งเศษอาหารออกไปได้ อย่างไรก็ดี เพื่อกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์จากเศษอาหารที่หมักหมมในท่อ อาจบีบมะนาวลงไปขจัดกลิ่นด้วยก็ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook

5ขั้นตอนดูแลบ้านช่วงหน้าฝน

บ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย เพราะเป็นทั้งที่พักผ่อนและที่หลบฝนหลบแดด แต่บ้านก็เหมือนกับคนต้องการการดูแลรักษา เอาอกเอาใจ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน อย่าปล่อยให้มันไม่สบายเป็นหวัดคัดจมูก เราจึงขอเสนอวิธีดูแลรักษาบ้านในช่วงหน้าฝนมาให้เพื่อนๆ นำไปใช้กัน

1. ทำความสะอาดรางระบายน้ำ
เพราะเป็นทางน้ำไหลผ่าน อย่าให้มีเศษขยะหรือของอะไรมากีดขวาง ไม่อย่างนั้นน้ำที่ไหลไปคงเอ่อท่วมเหมือนน้ำท่วมปี 53 ที่มีบ้านใน กทม เป็นสิ่งกีดขวางแน่นอน

2. ตรวจรอยรั่วซึม
คอยสังเกตุเวลาฝนตกว่ามีน้ำรั่วซึมตามหลังคาหรือเพดานหรือไม่ ถ้าพบเจออย่าปล่อยทิ้งไว้นานเพราะปัญหาใหญ่จะตามมา ควรรีบตามช่างเพื่อแก้ปัญหาโดยด่วน หรือใช้ยางซีลที่กันน้ำได้ มาอุดรูรั่วตามประตูหรือหน้าต่าง

3. ตรวจสอบปลั๊กไฟ
สำคัญมากๆ สำหรับปลั๊กไฟ หากปล่อยให้น้ำกระเด็นเข้าไปจะเป็นอันตรายอย่างมาก โดยเฉพาะปลั๊กที่อยู่ติดประตูหรือหน้าต่างที่เสี่ยงต่อการโดนน้ำ ลองหาอะไรมาปิดไว้หรือทางที่ดีควรเปลี่ยนไปใช้ปลั๊กแบบที่มีฝาเปิด-ปิด

4. ตรวจน้ำขัง
ตามพื้นระเบียงหรือพื้นบ้านที่ไม่เรียบสนิทจะมีน้ำขัง เมื่อฝนตกเสร็จแล้วให้ทำความสะอาดบริเวณน้ำขังให้เรียบร้อย อย่าปล่อยให้มีคราบเพราะทิ้งไว้นานๆ จะล้างไม่ออก ติดเป็นคราบ

5. สีทาบ้าน
สำหรับบ้านเก่าสีซีด สีนอกจากจะทำให้บ้านดูดีดูใหม่แล้ว สีบางชนิดยังช่วยป้องกันผนังบ้านอีกด้วย สำหรับบ้านเก่าควรทาสีใหม่เพื่อป้องกันเชื้อราจากความชื้น โดยเฉพาะส่วนที่ทำจากไม้ต้องดูแลเป็นพิเศษ

ขอบคุณข้อมูลจาก : infinitydesign