10 วิธีกำจัดตะไคร่น้ำบนพื้นและหลังคาบ้าน

เมื่อฝนมา…ภายในบ้านมันก็จะชื้น ๆ ต้นเหตุหลักที่ทำให้เกิด ตะไคร่น้ำ มาเกาะบ้าน ทำลายบรรยากาศไปซะหมด ฉะนั้นเรามาดูวิธีกำจัดตะไคร่น้ำกันค่ะ
.
1. น้ำร้อน
.
วิธีนี้คือขั้นพื้นฐานของการกำจัดตะไคร่น้ำ โดยการราดน้ำต้มเดือดตรงที่มีตะไคร่น้ำ ตามด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่น ๆ เทซ้ำลงไปที่เดิม ก่อนใช้แปรงหัวแข็งขัดและทำความสะอาดอีกรอบ
.
2. เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง
.
วิธีนี้เป็นการกำจัดดตะไคร่น้ำแบบธรรมชาติเหมือนวิธีแรกนั่นแหละค่ะ ด้วยการใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงมาฉีดบรรดาคราบตะไคร่น้ำที่เกาะอยู่ตามผนังหรือพื้นซีเมนต์ต่าง ๆ ให้ทั่ว คราบตะไคร่น้ำก็จะหายไปในทันที แต่วิธีนี้อาจจะใช้ไม่ได้ผลในบริเวณที่มีคราบตะไคร่น้ำเกาะหนา
.
3. น้ำส้มสายชู
.
น้ำส้มสายชูเป็นของดีที่ทุกบ้านต้องมีเลยค่ะ โดยนำน้ำส้มสายชูมาราดลงบนตะไคร่น้ำโดยตรง ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วขัดออก ราดน้ำเพื่อทำความสะอาดให้เกลี้ยง และที่สำคัญต้องทำให้แห้งด้วยนะคะ เพื่อกำจัดความชื้นตัวการที่ทำให้เกิดตะไคร่น้ำให้หมดไปแบบถาวรด้วย
.
4. สารฟอกขาว
.
หากทำวิธีด้านบนแล้วยังมีตะไคร่น้ำสีเขียว ๆ เกาะอยู่ งั้นต้องผสมสารฟอกขาว ¾ ถ้วยตวง กับน้ำเปล่า 1 แกลลอน เพื่อนำไปราดบนตะไคร่น้ำและทิ้งไว้ 10 นาที แล้วค่อยล้างออก แต่วิธีนี้ควรระวังไม่ให้ส่วนผสมไหลไปโดนต้นไม้เด็ดขาด ที่สำคัญถ้าจะให้ดีต้องทำวิธีนี้ในวันที่อากาศปลอดโปร่ง เพราะความร้อนจากแสงแดดจะทำให้ส่วนผสมแห้งเร็วขึ้น

5. แอมโมเนียมซัลฟาเมท (Ammonium Sulfamate)
.
แอมโมเนียมซัลฟาเมท (Ammonium Sulfamate) เป็นสารละลายที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ทำสวนทั่วไป เทใส่ที่ฉีดแล้วนำไปฉีดพ่นลงบนตะไคร่น้ำได้โดยตรง แต่อย่าลืมสวมอุปกรณ์ป้องกันต่าง ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย แว่นตา ถุงมือ และที่สำคัญต้องปฏิบัติตามคู่มือการใช้งานโดยละเอียด หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีสิ่งมีชีวิตและพืชที่อยู่แถวนั้น แนะนำให้ทำในวันที่อากาศปลอดโปร่ง ไม่มีลมพัด เพื่อป้องกันไม่ให้สารเคมีตกค้างอยู่ที่พืชชนิดอื่น ๆ ดีกว่า
.
6. โซเดียมเพนตะคลอโรฟีเนต (Sodium Pentachlorophenate)
.
โซเดียมเพนตะคลอโรฟีเนต (Sodium Pentachlorophenate) เป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนและเป็นสารก่อมะเร็ง ดังนั้นต้องระมัดระวังในการใช้เป็นอย่างมาก เริ่มจากสวมอุปกรณ์ป้องกันต่าง ๆ ให้พร้อม นำโซเดียมเพนตะคลอโรฟีเนต 1 ส่วน มาละลายเจือจางในน้ำเปล่า 8 ส่วน ให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้วราดลงบนตะไคร่น้ำให้ทั่ว ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง แต่ถ้าหากฝนตกลงมาก็ให้ทำซ้ำอีกครั้ง และต้องระวังให้มากอย่าให้สารเคมีไหลไปโดนต้นไม้อื่น ๆ
.
7. เบกกิ้งโซดา
.
ถ้าสารเคมีหายากเกินไป แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในครัวเรือนอย่าง เบกกิ้งโซดา เพียงแค่นำไปโรยบนตะไคร่น้ำให้ทั่ว ทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง จากนั้นค่อยกวาดเศษตะไคร่น้ำและเศษเบกกิ้งโซดาทิ้งไป
.
8. น้ำยาล้างจาน
.
ส่วนผสมที่ได้จากในครัวเรือนเหมือนกัน เริ่มจากผสมน้ำยาล้างจาน 600 มิลลิลิตร กับน้ำเปล่า 5 แกลลอนให้เข้ากันดี แล้วราดลงบนตะไคร่น้ำ ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง จากนั้นก็มาขัดและล้างออกให้สะอาด
.
9. ไฮเดรตไลม์ (Hydrated lime)
.
เป็นสารประกอบอนินทรีย์ที่ใช้กำจัดตะไคร่น้ำออกได้ โดยนำสารดังกล่าว 1 กิโลกรัม มาผสมกับน้ำเปล่า 3 แกลลอน ฉีดลงไปบนตะไคร่น้ำให้ทั่ว ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง ตะไคร่น้ำจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล จากนั้นก็ขัดออกเป็นขั้นตอนสุดท้าย
.
10. ไตรโซเดียมฟอสเฟต (Trisodium phosphate)
.
ไตรโซเดียมฟอสเฟต (Trisodium phosphate) เคยถูกผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้าน แต่มันกลับไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถกำจัดพวกเชื้อรา เชื้อโรค รวมถึงตะไคร่น้ำให้ดีเยี่ยม หากจะนำมาใช้ให้เทไตรโซเดียมฟอสเฟต ½ ถ้วยตวง ผสมกับน้ำอุ่น 2 แกลลอน แล้วนำไปราดลงบนตะไคร่น้ำ ขัด-ล้างออกให้เกลี้ยง ระวังอย่าให้สารเคมีไหลไปโดนต้นไม้อื่นหรือพื้นที่อื่น ๆ โดยเด็ดขาด
.

.
ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook

ขอบคุณรูปภาพจาก : Baanlaesuan

วิธีปัดกวาดผนังที่ติด “วอลเปเปอร์”  

วิธีปัดกวาดผนังที่ติด “วอลเปเปอร์” (ที่สามารถเช็ดถูได้)

1. กำจัดฝุ่นบนวอลเปเปอร์ ผ้าขี้ริ้วคลุมไม้กวาดหรือแปรงก่อนนำไปปัดฝุ่น

2. กำจัดคราบสกปรกออก หลังจากกำจัดฝุ่นเสร็จแล้ว ก็ถึงขั้นตอนของการกำจัดคราบ ซึ่งสามารถทำได้โดย

– ใช้น้ำยาสำหรับทำความสะอาดแบบแห้งในการกำจัดคราบน้ำหมึก ดินสอสี หรือปากกามาร์กเกอร์

– คราบน้ำมันสามารถกำจัดออกได้ด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำสบู่

– ส่วนคราบอื่น ๆ ใช้น้ำยาต่าง ๆ ตามที่ระบุเอาไว้บนฉลากของน้ำยาทำความสะอาด

3. ล้างน้ำยาออก โดยปกติหลังจากกำจัดฝุ่นออกแล้ว คุณสามารถล้างออกด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำสบู่ผสมน้ำอุ่น และแอมโมเนียเล็กน้อยได้เลย

– สำหรับวอลเปเปอร์เคลือบไวนิลสามารถล้างออกได้โดยใช้น้ำส้มสายชู (แต่ไม่ควรพ่นน้ำส้มสายชูบนคราบโดยตรง)

– ถ้ามีคำแนะนำอื่น ๆ จากผลิตภัณฑ์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

4. เช็ดให้สะอาด สุดท้ายให้ผ้าสะอาดชุดน้ำอุ่นเช็ดบนวอลเปเปอร์เบา ๆ แล้วเช็ดตามด้วยผ้าแห้งอีกครั้ง

 

ขอบคุณข้อมูลจากและภาพจาก : kapook

การทำความสะอาดเขียงไม้

วิธีการทำความสะอาดเขียงไม้ที่มีคราบสกปรก ที่คุณต้องใช้คือน้ำส้มสายชูขาว 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำเปล่า 1 ถ้วย, เลม่อนครึ่งลูก,เกลือสมุทร, มิเนอรัลออยล์หรือบอร์ดออยล์ และผ้า ทาแผ่นเขียงด้วยส่วนผสมระหว่างน้ำส้มสายชูและน้ำเปล่า หั่นเลม่อนครึ่งลูก จุ่มเหลือแล้วก็ถู ล้างออกด้วยน้ำ จากนั้นก็ชุบผ้าด้วยน้ำมันมิเนอรัล แล้วก็นวดบนไม้

.

.

ขอบคุณข้อมูลจาก : TerraBKK

วิธีกำจัดไรฝุ่นที่บ้าน

ไรฝุ่น คือ สัตว์ที่มีขนาดเล็กมาก อาหารของมันก็คือสะเก็ดของผิวหนังมนุษย์ที่ตกหล่นอยู่ทุกวันนั่นเอง ไรฝุ่นยังเจริญเติบโตได้ดีในหมอนและเฟอร์นิเจอร์นุ่มๆ ของเล่นที่มีขน และพรม โดยเฉพาะสถานที่ภายในห้องครัวเเละห้องน้ำที่มักจะเป็นที่สะสมของไรฝุ่นจำนวนมาก ซึ่งก่อให้เกิดเชื้อโรค และนำมาซึ่งโรคต่างๆได้ง่าย…

วิธีกำจัดไรฝุ่นที่บ้าน

1.ซักเครื่องนอนของคุณอย่างสม่ำเสมอ

2.ทำให้บ้านแห้งและมีอากาศถ่ายเทอยู่เสมอ

3.ใช้เครื่องฟอกอากาศหรือเครื่องลดความชื้น

4.ซักปลอกหมอน ผ้าม่าน ผ้าห่ม ทุกสองถึงสามเดือน

5.ทำความสะอาดด้วยสเปรย์กำจัดไรฝุ่น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook

ขอบคุณรูปภาพจาก : siriallergyguard.blogspot.com

3 วิธีทำความสะอาดคราบไหม้น้ำมันบนกระทะ

1.การใช้เบกกิ้งโซดา : สิ่งที่ต้องใช้คือ เบกกิ้งโซดา น้ำ และแปรงขัด วิธีการคือให้ผสมน้ำกับเบกกิ้งโซดา จากนั้นนำไปขัดให้ทั่วบริเวณที่เลอะคราบ ทิ้งไว้ให้แห้งสักพัก แล้วล้างและขัดออกด้วยสบู่

2.การใช้น้ำยาล้างจาน : วิธีการนี้ ไม่ควรใช้กับกระทะเทฟล่อน ให้แช่กระทะที่จะขัดลงในน้ำร้อน แล้วใส่ยาล้างจานลงไป แช่ทิ้งไว้ข้ามคืนพอตอนเช้าค่อยขัดออกแล้วล้างด้วยน้ำสะอาด

3.การใช้ผลิตภัณฑ์เคมี : เลือกผลิตภัณฑ์เคมีที่จะใช้ เช่น Bar Keeper’s Friend หรือ Greased Lightening หรือพวกน้ำยาทำความสะอาดเตาก็ได้ จากนั้นเตรียมแปรงขัด น้ำ น้ำยาล้างจาน และถุงมือ จากนั้นก็ให้เริ่มด้วยการทำความสะอาดพื้นผิวของภาชนะก่อน จากนั้นก็ให้ขัดบริเวณที่เป็นคราบ ใช้น้ำยาเคมีลงไปขัด แล้วทิ้งไว้ข้ามคืน ตอนเช้าให้ขัดอีกครั้ง เมื่อคราบหลุดออกแล้ว ก็ให้ล้างด้วยน้ำยาล้างจานและน้ำสะอาด เพื่อล้างสารเคมีให้หมดไป

.

.

ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook

ขอบคุณรูปภาพจาก : cpbrandsite.com

บ้านหอมเป็นธรรมชาติด้วย 8 วิธีง่ายๆ

1.เลม่อนและโรสแมรี่ : ถ้าอยากให้บ้านมีกลิ่นสะอาดสดชื่น เราสามารถนำเลม่อน และโรสแมรี่ มาผสมลงในน้ำจากนั้นอาจจะใส่กลิ่นวนิลาเพิ่มลงไปเล็กน้อย หาภาชนะที่มีในบ้านมาใส่ เพียงแค่นี้ จะทำให้บ้านมีกลิ่นสดชื่นขึ้นได้

2.ไลแลค : เป็นดอกไม้กลิ่นหอมที่ใคร ๆ ก็ชอบ หากนำมาไว้ในบ้าน จะทำให้บรรยากาศมีความสดชื่นเหมือนฤดูใบไม้ผลิ เราสามารถทำสเปรย์กลิ่นไลแลคใช้เองได้ด้วยการนำน้ำ ผสมวอดก้า และน้ำมันไลแลค

3.ผงโรยพรมกลิ่นโรสแมรี่ และลาเวนเดอร์ : ช่วยให้พรมมีกลิ่นสดชื่นเป็นธรรมชาติ แค่ผสมเบกกิ้งโซดา กับดอกโรสแมรี่แห้ง และน้ำมันลาเวนเดอร์ แล้วนำไปโรยบนพรม ทิ้งไว้สัก 15-20 นาที จากนั้นก็ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออก กลิ่นในห้องก็จะหอมสดชื่น

4.ต้มส่วนผสมที่มีกลิ่นสดชื่น : การนำเอาผลไม้ที่มีกลิ่นสดชื่น มาต้มรวมกัน ก็ทำให้มีกลิ่นสดชื่นในบ้านเราสามารถต้มแล้วเก็บไว้ในขวด เป็นการเพิ่มความหอมให้กับบ้านอย่างง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

5.น้ำหอมในบ้านแบบเสียบปลั๊กเมื่อกลิ่นหมดแล้วอย่าทิ้ง : บางคนนิยมใช้น้ำหอมแบบเสียบปลั๊กให้ความหอมระเหยออกมา แต่เมื่อน้ำหอมหมดกลิ่นแล้ว อย่าเพิ่งทิ้ง แค่ใส่น้ำมันหอมระเหยผสมน้ำลงไป ก็ใช้ต่อได้

6.ซินนามอน และส้ม : ให้นำโพลิมเมอร์ดูดน้ำมาใช้ใส่น้ำมันหอมระเหยซินนามอน และน้ำมันหอมระเหยกลิ่นส้ม ผสมน้ำ จะทำให้บ้านมีกลิ่นเหมือนกับฤดูใบไม้ร่วง

7.อบแคนเบอรรี่ และส้ม : เราสามารถทำถุงเครื่องหอม ด้วยการใช้แคนเบอรี่ และส้ม มาอบแห้งอาจจะเพิ่มซินนามอน วนิลา จันทน์เทศ และโรสแมรี่ เพื่อเพิ่มบรรยากาศอบอุ่นเหมือนช่วงคริสต์มาส

8.ทำก้านไม้หอมปรับอากาศ : เราสามารถทำก้านไม้หอมปรับอากาศใช้เองได้ แค่นำเอาภาชนะแก้วมาเปิด ผสมแอลกอฮอล์ น้ำมันอัลมอนต์ น้ำมันหอมระเหย และก้านหอมลงไป อาจจะเลือกใส่กลิ่นลาเวนเดอร์ เพื่อความสดชื่น ในห้องนอน และใส่กลิ่นสดชื่นอย่างมะนาวในห้องครัว

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook

กำจัดกลิ่นและขยะในท่อน้ำทิ้ง

สำหรับท่อน้ำทิ้งของอ่างล้างจาน สามารถกำจัดทั้งกลิ่นและสิ่งอุดตันให้หมดไปได้ในครั้งเดียว

  • เริ่มจากโรยเบกกิ้งโซดาลงในท่อ แล้วราดตามด้วยน้ำส้มสายชู ทิ้งไว้สักครู่ก่อนจะเทน้ำร้อนซ้ำลงไป
  • เสร็จแล้วก็เทน้ำแข็งลงไป 2 ถ้วย โรยเกลืออีกประมาณ 1 ถ้วยตวง เพื่อกำจัดคราบและเศษซากที่เหลืออยู่
  • ที่เหลือก็แค่บีบน้ำมะนาวตามลงไป เพื่อกำจัดกลิ่นเหม็นไปพร้อมๆ กัน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook

 

ทำความสะอาดเตารีดด้วยเกลือ

การทำความสะอาดเตารีดจะง่ายมาก เพียงแค่โรยเกลือลงไปบนแผ่นรองรีด ปรับเตารีดให้เป็นระดับสูงสุด และปิดระบบไอน้ำ

จากนั้นก็เพียงแค่วางเตารีดลงบนเกลือ สิ่งสกปรก คราบต่างๆจะติดไปกับเกลือ ทำใหเตารีดสะอาดและเงางาม

 

.

ขอบคุณข้อมูลจาก : TerraBKK

ขอบคุณรูปภาพจาก : kapook

ทำความสะอาดหมอน ให้กลับมาขาวเหมือนใหม่!

เป็นปกติของหมอนที่เมื่อซื้อมาใหม่ๆก็จะขาว น่านอน แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มเหลือง ซึ่งดูแล้วไม่น่านอนเอาส่ะเลย เราเลยมีวิธีกำหัดกับปัญหานี้มาฝากกัน

โดยมีส่วนผสมดังนี้ : ผงซักฟอก 1 ถ้วย, ผงล้างจาน 1 ถ้วย, สารฟอกขาว 1 ถ้วย, บอแร็กซ์ครึ่งถ้วย และน้ำร้อนมาก …. เอาหมอนลงไปซักส่ะ แค่นี้ก็ได้ใหม่เหมือนเพิ่งซื้อแล้วล่ะ….

.

.

ขอบคุณข้อมูลจาก : TerraBKK

ขอบคุณรูปภาพจาก : Orami

ทำความสะอาดคราบสบู่ออกจากประตูห้องอาบน้ำ

สิ่งที่ต้องเตรียม

– เบกกิ้งโซดา

– น้ำส้มสายชูขาว

– ช้อน และภาชนะเล็ก ๆ

– ฟองน้ำล้างจาน

– ที่เช็ดกระจกแบบฟองน้ำ ขนาด 10 นิ้ว

– ที่เช็ดกระจกแบบยาง ขนาด 12 นิ้ว

– Rain-X แบบ 2 อิน 1 ที่ใช้สำหรับกันไม่ให้น้ำฝนเกาะกระจก

– ผ้าเช็ดมือ

 

ลงมือ

1.ทำความสะอาดพื้นผิว จากนั้นก็ใช้เบกกิ้งโซดา ผสมกับน้ำส้มสายชู ทาบนประตูกระจก ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที น้ำส้มสายชูนั้นเป็นกรด แต่ก็สามารถนำมาใช้ในเรื่องของการทำความสะอาดได้ดี กรดในน้ำส้มสายชูนี้จะช่วยขจัดฝุ่น และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ได้ดี ส่วนเบกกิ้งโซดานั้นเป็นโซเดียม คาร์บอเน็ต เมื่อนำมาผสมกับน้ำส้มสายชู จะกลายเป็น กรดคาร์บอนิค ซึ่งมีประสิทธิภาพในการขจัดคราบได้อย่างรวดเร็ว

2.สำหรับส่วนผสมของน้ำส้มสายชูกับเบกกิ้งโซดานั้น ให้ใช้เบกกิ้งโซดา ½ ถ้วย ใส่ลงในภาชนะเล็ก ๆ แล้วใส่น้ำส้มสายชูลงไป ใช้ช้อนคนให้เข้ากัน

3.ใช้ฟองน้ำล้างจานชุบส่วนผสม แล้วทาลงบนประตูกระจก ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที

4.ใช้ที่ทำความสะอาดกระจกแบบฟองน้ำ และน้ำเปล่า ขัดทำความสะอาด

5.ใช้ที่ทำความสะอาดกระจกแบบยาง ปาดบริเวณประตูกระจกจนแห้ง และเช็ดตามขอบด้วยผ้า

6.เมื่อเสร็จกระบวนการนี้ เราจะไม่เห็นคราบสกปรกบนประตูแล้ว และถ้าหากไม่ต้องการให้คราบสกปรกนั้นกลับขึ้นมาอีก ก็ให้ใช้ Rain-X แบบ 2 อิน 1 ช่วย โดยฉีดสเปรย์ให้ทั่ว จากนั้นก็ใช้ผ้านุ่ม ๆ เช็ด และอาจจะใช้ซ้ำเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันคราบอย่างต่อเนื่อง

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook