การทำความสะอาดอ่างล้างจาน

อุปกรณ์

1. น้ำยาล้างจาน

2. น้ำส้มสายชูกลั่น

3. เบกกิ้งโซดา

4. เกลือหิน

5. น้ำแข็ง

6. ผ้าสะอาด

7. แปรงสีฟัน

8. ผ้าไนลอนหรือฟองน้ำ

9. กระดาษทิชชู่อเนกประสงค์ (กระดาษทิชชู่แผ่นใหญ่)

 

วิธีทำความสะอาด

1. อันดับแรกเปิดน้ำให้อ่างเปียกทั่วถึงซะก่อน แล้วจึงเอาผงเบกกิ้งโซดาโรยทิ้งเอาไว้สักพัก จนเบกกิ้งโซดาจับตัวเป็นก้อน จากนั้นค่อยเอาน้ำสะอาดล้างออก

2. ต่อมาก็มาทำความสะอาดส่วนอื่น ๆ กันบ้าง ซึ่งสำหรับจุกอ่างล้างจานนั้น คุณสามารถทำความสะอาดได้โดยเอาแปรงสีฟันจุ่มน้ำยาล้างจานหรือผงเบกกิ้งโซดาผสมน้ำ มาขัดรอบ ๆ จุกให้สะอาด และใช้วิธีเดียวกันนี้ขัดรอบ ๆ ก๊อกน้ำด้วย ก่อนจะล้างน้ำออกให้เรียบร้อย

3. หลังจากนั้นก็มองหาผ้าสะอาดมาเช็ดจนแห้ง แล้วเอากระดาษทิชชู่อเนกประสงค์ที่หยดน้ำส้มสายชูกลั่นลงไปแล้ว มาวางคลุมไว้ให้ทั่วอ่าง ทิ้งไว้ราว 20 นาที

4. และเมื่อรอจนครบตามเวลาแล้ว คุณก็สามารถใช้ผ้าไนลอนหรือฟองน้ำซับน้ำยาล้างจานเช็ดอีกครั้ง แล้วจึงล้างน้ำออกให้สะอาดได้เลย

5. สุดท้ายเพื่อกันปัญหาท่อตันไว้แต่เนิ่น ๆ คุณก็สามารถกำจัดเศษอาหารติดค้างในท่อได้โดยการใส่น้ำแข็งลงไป ตามด้วยเกลือหินประมาณ 1 ถ้วย เพื่อให้มันไปผสมกันและขจัดคราบมันรวมทั้งเศษอาหารออกไปได้ อย่างไรก็ดี เพื่อกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์จากเศษอาหารที่หมักหมมในท่อ อาจบีบมะนาวลงไปขจัดกลิ่นด้วยก็ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook

ลดความชื้น แก้ปัญหาเชื้อรา 

ความชื้น ( humidity) เป็นคำใช้เรียกปริมาณไอน้ำในอากาศ อย่างเป็นทางการ อากาศชื้นเป็นสารผสมระหว่างไอน้ำกับองค์ประกอบอื่นของอากาศ ปัญหาความชื้นในห้องน้ำเป็นอีก1อย่างที่หลายๆท่านกำลังพบเจอกับปัญหานี้ เรามีทริคการลดความชื้นแก้ปัญหาเชื้อราในห้องน้ำมาฝากค่ะ

1.ให้เปิดพัดลมระบายอากาศก่อนที่จะเริ่มอาบน้ำ และเมื่ออาบเสร็จ ก็ปล่อยให้พัดลมทำงานต่อเนื่องไปอีกประมาณ 20 นาที อาจจะใช้วิธีการติดตั้งไทม์เมอร์ให้ปิดเองก็ได้ วิธีนี้แม้จะทำให้พัดลมทำงานหนัก แต่ก็พอจะช่วยได้ หากเราเปิดพัดลมให้นานพอที่จะระบายอากาศหลังการอาบน้ำออกได้จนหมด

2.พัดลมระบายอากาศที่ติดตั้งนั้น ควรมีระบายอากาศออกไปนอกผนัง หรือหลังคา จึงจะสามารถระบายความชื้นได้ แต่พัดลมส่วนใหญ่ ทำได้แค่เพียงระบายกลิ่น ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อลดความชื้นในห้องแต่อย่างใด

3.ตรวจเช็คพัดลมระบายอากาศ ดูว่าอากาศสามารถผ่านได้จริง ๆ

4.ต้องทำให้มีอากาศบริสุทธิ์เข้ามาถ่ายเทในห้องน้ำ เราควรเว้นช่องระหว่างประตูห้องน้ำกับพื้นเอาไว้บ้าง เพื่อให้อากาศระบายได้ หรือไม่เช่นนั้น อาจจะใช้วิธีแง้มประตูห้องน้ำในระหว่างที่เปิดพัดลมระบายอากาศ

5.ต้องแน่ใจว่าพัดลมดูดอากาศนั้นมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะรองรับขนาดของห้องน้ำ ต้องคำนวณขนาดที่เหมาะสม โดยดูความกว้าง ความยาว ของห้องน้ำ เทียบกับประสิทธิภาพในการทำงานเป็นคิวบิค ฟีท ต่อนาที หรือ CFM ของพัดลม

6.สุดท้ายก่อนที่จะซื้อพัดลมระบายอากาศ ต้องมั่นใจในคุณภาพ ว่าพัดลมมีประสิทธิภาพเพียงพอที่ช่วยถ่ายเทอากาศ และสามารถรองรับการทำงานเป็นเวลานานได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook

การดูแลรักษาและขจัดรอยเปื้อนบนพื้นหินอ่อน

ในการทำความสะอาดประจำวันของ พื้นหินอ่อน นั้น ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดพื้นทั่วไปผสมน้ำแบบเจือจางแล้วทำการเช็ดถูพื้นหินอ่อนตามปกติ ทั้งนี้ ก็เพื่อขจัดรอยเปื้อนประจำวันที่อาจกลายเป็นรอยเปื้อนสะสมได้ในระยะยาว

แต่หาก พื้นหินอ่อน เป็น รอยเปื้อน และเกิดคราบไม่พึงประสงค์ไปแล้วนั้น  ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือให้ช่างที่มีความชำนาญในการทำความสะอาดพื้นหินอ่อนมาช่วยทำความสะอาดลบรอยให้จะปลอดภัยและเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด  แม้ว่าเราอาจลองจะทำความสะอาดได้เองบ้างในบางกรณี

เช่น ใช้แปรงสีฟันจุ่มน้ำสบู่ขัดตามบริเวณที่มีรอยเปื้อน แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง หากเปื้อนไวน์ ชา หรือ กาแฟ ให้ใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 1 ส่วน ผสมน้ำ 4 ส่วน แล้วเช็ดออกทันที และควรเช็ดซ้ำจนกว่ารอยเปื้อนจะจางหายไป หรือหากเป็นเพียงคราบมัน  ก็ให้ใช้น้ำมันไฟแช็คมาเช็ดแล้วรีบเช็ดอีกครั้งด้วยน้ำสะอาดทันที  แต่วิธีนี้ก็เสี่ยงกับการได้ลายแปลก ๆ มาแทนแบบถาวรก็ได้ เช่นเดียวกับอีกกรณีหนึ่ง หากหินอ่อนมีรอยที่เปื้อนคราบเขม่าควัน ก็ให้หาซื้อผงพูมิส (Pumice) มาผสมน้ำแล้วขัดหินอ่อนเบา ๆ  หากคราบเขม่ายังไม่ออกอีก ก็ให้ใช้น้ำมะนาวเช็ด แต่ก็ต้องรีบล้างออกเช่นกัน เพราะน้ำมะนาวนั้น  ก็จะเป็นตัวที่กัดเนื้อหินได้

ข้อห้ามสำคัญสำหรับการทำความสะอาดพื้นหินอ่อนก็คือ ห้ามใช้น้ำยาฟอกสี และผงซักฟอกในการขัดล้างทำความสะอาดค่ะ เพราะการขัดด้วยน้ำยาฟอกสี และผงซักฟอก จะไปฟอกหินอ่อนเป็นรอยด่างได้ อีกทั้งหากใช้วัสดุเนื้อหยาบหรือมีคมในการทำความสะอาด ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการทำให้พื้นเป็นรอยให้กับหินอ่อน  ซึ่งมีพื้นผิวของหิน ที่อ่อนสมชื่ออีกด้วย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : baansanruk.blogspot.com

ขั้นตอนการทําความสะอาดบ้าน

การทำความสะอาดบ้าน เป็นกิจวัตรประจำวัน ที่ผู้อาศัยอยู่ในบ้านทุกคน ควรจะต้องปฏิบัติทุกวัน เพื่อไม่ให้เกิดการหมักหมม และสะสมความสกปรก รกรุงรัง ซึ่งเป็นสาเหตุของ มด หนู แมลงสาบ มาร่วมอาศัยอยู่กับเรา ภายใต้หลังคาบ้านเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องถามความสมัครใจ จากเจ้าของบ้าน  เคล็ดลับน่ารู้ และข้อแนะนำ เกี่ยวกับขั้นตอนการทำความสะอาดบ้าน

1. เก็บของให้เป็นที่

หลายๆ คนไม่เคยฝึกตัวเองให้เป็นคนมีระเบียบ หยิบฉวยอะไรได้ เมื่อใช้เสร็จเรียบร้อย ก็วางทิ้งเกะกะ ไม่เป็นที่เป็นทาง เวลาจะใช้อีก ก็ค้นหากันจนเหนื่อย และมักจะไม่เจอ ต้องซื้อใหม่กันอยู่ตลอดเวลา นอกจากเป็นการสิ้นเปลืองแล้ว ยังทำให้ผู้ที่อาศัยอยู่ร่วมกัน เกิดความหงุดหงิด รำคาญใจอีกด้วย

ดังนั้น จึงควรฝึกระเบียบตัวเองเสียใหม่ หยิบอะไรมาจากตรงไหน ใช้เสร็จก็นำกลับไปวางไว้ที่เดิม แค่ฝึกทำไม่กี่ครั้ง เราก็จะเริ่มชิน และสุดท้าย ก็จะกลายเป็นนิสัยถาวร ที่ต้องเก็บของเข้าที่ให้เรียบร้อยไปในที่สุด โดยไม่รู้สึกว่าลำบากยุ่งยากอีกเลย ทีนี้ เราก็จะไม่ต้องเสียเวลาค้นหา หรือซื้อใหม่ ทำให้บ้านช่องมีความเป็นระเบียบ เรียบร้อยมากขึ้นเป็นกอง

2. เรื่องการถอดรองเท้า

ไม่จำเป็นต้องเป็นคุณพ่อบ้าน คุณแม่บ้าน หรือคุณลูกๆ สมัยนี้ ก็ติดนิสัยถอดรองเท้ากองสุมกันไว้ ไม่เป็นระเบียบ เช้าขึ้นมาก็ค่อยมาหารองเท้า และไม่ค่อยสนใจทำความสะอาดกันเลย เรียกได้ว่า ใส่จนขาดคาเท้า ยังไม่เคยทำความสะอาดกันเลยก็มี

วิธีการแก้ไข คือ ควรจะหาตู้ใส่รองเท้า ให้เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในบ้าน พร้อมกับหาอุปกรณ์ทำความสะอาดรองเท้า มาเตรียมไว้ในตู้ให้พร้อม เมื่อกลับถึงบ้าน ก็เก็บรองเท้าเข้าตู้ให้เรียบร้อย เพียงเท่านี้ปัญหารองเท้าหาย ไม่ครบคู่ก็จะหมดไปค่ะ

3. การทำความสะอาดห้องนอน

ควรเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุก 3 วัน หรืออย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ในวันหยุดควรเปิดผ้าม่าน เพื่อรับแสงสว่าง และเปิดหน้าต่างเพื่อเป็นการถ่ายเทอากาศ ให้ห้องนอนได้มีกลิ่นหอม สะอาดอยู่เสมอ

4. การทำความสะอาดห้องน้ำ

ควรทำความสะอาดห้องน้ำอย่างน้อย วันเว้นวัน แต่ในทุกครั้งที่เสร็จสิ้นภารกิจการใช้ห้องน้ำ ควรรีดน้ำจากพื้นให้พื้นแห้ง เป็นการป้องกันการเป็นตะไคร่ และลื่นล้มได้

5. การทำความสะอาดห้องครัว

เพราะห้องครัวเป็นแหล่งรวมสารพัดกลิ่น หากไม่ทำความสะอาดให้ดี อาจจะกลายเป็นแหล่งรวมสารพัดสัตว์ได้อีกด้วย ดังนั้น ทุกครั้งที่ใช้ห้องครัวเสร็จ ควรฉีดสเปรย์ปรับอากาศ หรือจะผสมน้ำส้มสายชู กับโซดาไฟ และน้ำมะนาวครึ่งซีก แล้วฉีดไปรอบๆ บริเวณห้องครัว เพื่อดับกลิ่นคาว จะช่วยให้ห้องครัวมีกลิ่นสะอาดขึ้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaicleaningtips.com

 

แนวทางแก้ไขปัญหาพื้นดาดฟ้าเป็นแอ่ง น้ำขังและรั่วซึม

ปัญหาอีกประการหนึ่งสำหรับผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านที่มีลักษณะของการออกแบบส่วนบนของตัวบ้านเป็นพื้นดาดฟ้า แทนหลังคาบ้านนั้น ก็คือการที่พื้นดาดฟ้า เกิดอาการ แตกร้าว น้ำรั่วซึม หรือมีลักษณะ เป็นแอ่ง จนทำให้เกิดอาการน้ำขังอยู่ด้านบน

วิธีการแก้ไขนั้นมีสองวิธีด้วยกัน

วิธีแรกก็คือการทำหลังคาคลุมดาดฟ้าเพื่อป้องกันน้ำฝนตกลงมาขังบนพื้นดาดฟ้าเสียเลย

ส่วนอีกวิธีหนึ่งก็คือ การปรับระดับพื้นดาดฟ้าให้หายเป็นแอ่งกระทะ โดยวิธีหลังนี้ ก่อนอื่นก็ให้ขัดล้างทำความสะอาดดาดฟ้าเสียก่อนค่ะ จากนั้นจึงใช้ปูนผสมน้ำยากันซึมเทไล่ระดับไปบนพื้นเดิมให้บางที่สุด (ไม่ควรเกิน 1 เซนติเมตร เพราะจะเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้ดาดฟ้ามากเกินไป) โดนเน้นการแก้ไขตรงส่วนที่เป็นแอ่งกระทะที่ทำให้เกิดอาการน้ำขัง ที่สำคัญก็คืออย่าลืมเทปูนให้มีความลาดเอียงไปยังจุดที่เป็นท่อทิ้งน้ำ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : baansanruk.blogspot.com

เคล็ดลับการทำความสะอาดวอลเปเปอร์

วอลเปเปอร์นั้นถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับการตกแต่งบ้านในการเปลี่ยนผนังบ้านออกมาให้สวยอย่างเหลือเชื่อ แต่ซึ่งนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าวอลเปเปอร์จะไม่เกิดสกปรกได้ หากทิ้งไว้นานก็อาจจะมีคราบซึ่งอาจเกิดจากการเสียดสี หรือบางครอบครัวที่มีเด็กน้อยอยู่ในบ้าน ก็อาจจะนำมาซึ่งความสกปรกเลอะเทอะจากความซนของเด็กๆอีกด้วยซึ่งวันนี้เราจะมีเคล็ดลับการดูแลรักษามาฝากกันค่ะ

ทำความสะอาดวอลเปเปอร์

สิ่งที่ต้องรู้เป็นอย่างแรกเพื่อจะได้ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายบนกำแพงสวยก็คือวอลเปเปอร์ที่ใช้นั้นสามารถล้างได้หรือไม่โดยมากมักจะมีฉลากติดมากับม้วนวอลเปเปอร์อยู่แล้วแต่ถ้าไม่มีก็ลองเลียบเคียงถามคนขายดูหรือไม่ก็นำมาทดสอบเองแต่ให้เลือกทดสอบเอาบริเวณที่ไม่ค่อยดึงดูดความสนใจของคนซักเท่าไหร่นัก

อย่างไรก็ตาม ให้ทดสอบเป็นจุดเล็ก ๆ ล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาด ถ้ากระดาษเกิดอาการแพ้ยาด้วยการดูดซับน้ำหรือลวดลายออกอาการเลอะเลือน รู้ไว้ว่าวอลเปเปอร์นั้นล้างไม่ได้ อย่าไปฝืน หาทางทำความสะอาดวิธีอื่นดีกว่า แม้แต่วอลเปเปอร์ที่ประกาศตัวว่าเป็นชนิดที่ล้างได้ยังสมควรผ่านการทดสอบนี้ก่อนเลย ไม่มีอะไรเสียหายนี่ที่จะทดสอบ ดีกว่าจะมามีผลเสียหายต่อกำแพงสวย ๆ ของคุณวันหลัง

อุปกรณ์ทำความสะอาด

การทำความสะอาดวอลเปเปอร์ต้องเริ่มด้วยความมั่นใจว่าอยู่ในสภาพที่สะอาดปราศจากฝุ่นแล้ว ด้วยการดูดฝุ่นทิ้งซะหรือไม่ก็ใช้ไม้กวาดขนไก่ธรรมดา ๆ นี่แหละปัดให้เลี่ยม จากนั้นก็เลิกพรมที่ปูพื้นออกเสีย หากระดาษหนังสือพิมพ์วันเก่า ๆ ปูทับเพื่อความสะดวกในการทำงาน แต่ถ้าเป็นพรมที่ปูแบบถาวรก็ต้องสละผ้าพลาสติคสักผืน 2 ผืนมาปูไว้กันเลอะสำหรับชนิดที่ล้างได้จะมีการเคลือบพลาสติคเอาไว้ ใช้ผ้าหรือฟองน้ำชุบน้ำยาล้างผนังหมาด ๆ เช็ดเบา ๆ ที่รอยเปื้อน ทาถูทาถูจนรอยเปื้อนลบเลือนไป แต่ถ้ายังไม่ออกอีก ก็ต้องร้อนถึงผงขัดกันแล้วโรยแล้วก็ขัดจนกว่าจะออก

นอกจากนี้วอลล์เปเปอร์ในแบบล้างไม่ได้นั้นให้หาน้ำยาทำความสะอาดแบบเฉพาะมา ถามร้านที่คุณซื้อวอลเปเปอร์มาก็ได้ ไม่ก็ถามช่างที่ติดให้ดู เลือกน้ำยาที่ใช้สารที่เหมาะสมกับพื้นผิววอลเปเปอร์ของคุณด้วย ค่อย ๆ ลบรอยเปื้อนออกตามทิศทางเดียวกับการติดวอลเปเปอร์ อ้อ! อย่าลืมทดสอบน้ำยาก่อนในบริเวณที่ไม่ค่อยเป็นจุดเด่นนักเช่นหลังเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงาม ถ้าไม่เกิดริ้วรอยใด ๆ ค่อยลงมือทำ

ส่วนรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคราบสกปรกกันบ้างว่าจะมีวิธีกำจัดอย่างไรเช่นว่า รอยนิ้วมือ รอยด่างดำ รอยปากกา เช็ดออกเบาๆ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดวอลเปเปอร์ โดยแบบที่ล้างได้ให้เช็ดตามด้วยฟองน้ำพอหมาด ๆ ส่วนคราบน้ำมันซับเบา ๆ ด้วยกระดาษทิชชู่ใช้หลาย ๆ แผ่นกดทับลงบนคราบนาบด้วยโลหะอุ่น ๆ กระดาษจะซับคราบออกไป ถ้ายังไม่หมดให้ใช้น้ำยาทำความสะอาด

รอยสีขี้ผึ้งที่จับตัวกันหนาให้ขูดออกแล้วทำวิธีเดียวกับคราบน้ำมัน สำหรับชนิดที่ล้างไม่ได้ก็ให้เช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาดหรือจะใช้ผ้าชุบแอลกอฮอล์แล้วเช็ดก็ได้แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นจุดเล็ก ๆ เพราะแอลกอฮอล์อาจจะทำปฏิกิริยากับผิวหน้าวอลเปเปอร์ได้ แต่ถ้าจะแก้กันที่ต้นเหตุก็คืออย่าปล่อยให้เด็ก ๆ เขียนตามผนัง (ที่มีวอลเปเปอร์) เล่น หากระดาษไว้ให้เค้าสร้างจินตนาการแทนดีกว่าเสน่ห์ของบ้านคือความสะอาดโดยเฉพาะสิ่งที่มองเห็นได้ง่ายที่สุดเช่นกำแพง อย่าให้รอยเลอะเทอะเปรอะเปื้อนแม้เพียงจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ มาทำลายสเน่ห์ของบ้านทั้งหลังเลยนะ เห็นว่าการทำความสะอาดนั้นไม่ได้ยากเกินลงมือเลยค่ะ

แหล่งข้อมูล : 3mbuildingfilm

3 เคล็ดลับ ขจัดคราบหินปูน ในห้องน้ำ

ห้องน้ำถือได้ว่าเป็นห้องที่เราต้องใช้งานกันอยู่ทุกวัน ฉะนั้นคราบต่างๆ ย่อมเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องธรรมดา อย่างเช่น คราบหินปูนที่ชอบเกาะอยู่ตามบริเวณต่างๆ ทั้งพื้น

1.เบกกิ้งโซดาและน้ำมะนาว วิธีก็ง่ายๆ แค่นำมะนาวมาบีบน้ำ ราดไปในบริเวณที่เป็นคราบ และนำเบกกิ้งโซดาโรยทับอีกครั้ง ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างทำความสะอาดออก

2.น้ำส้มสายชู นำมาราดบริเวณที่เป็นคราบ หากเป็นบริเวณผนังห้องน้ำอาจจะหาผ้ามาชุบน้ำส้มสายชูแล้วถูให้ทั่ว แต่หากเป็นที่พื้นก็ราดให้ทั่วบริเวณ ทิ้งไว้สักครึ่งวัน แล้วขัดออกพร้อมทำความสะอาด

3.น้ำยาล้างห้องน้ำ นำมาผสมกับน้ำเปล่าตามอัตราส่วนข้างขวด หาฟองน้ำเตรียมไว้ นำมาชุบแล้วเช็คตรงบริเวณที่เป็นคราบ หลังจากนั้นรอเวลาสักครู่และขัดออก แต่อย่างไรก็ต้องไม่ลืมการป้องกันทั้ง ถุงมือยาง รองเท้าบูท ผ้าปิดจมูก ฯลฯ เพื่อความปลอดภัย

ห้องน้ำถือได้ว่าเป็นห้องที่สำคัญ ฉะนั้นควรหมั่นดูแลทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ ให้ห้องน้ำของเรานั้นสะอาดและน่าใช้งานอยู่เสมอ

 

แหล่งข้อมูล : decor.mthai.com